“กูรู้สึกดีใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้” หลวงพ่อคูณทูลเกล้าถวายเงิน ๗๒ ล้านบาท

หลังจากที่หลวงพ่อคูณ ได้ละธาตุขันธ์ลง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2558 เวลา 11.45 น. สิริอายุรวม 92 ปี 7 เดือน ทางโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จึงได้มอบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณให้แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ท่านละสังขารตามพินัยกรรมที่ท่านระบุไว้

พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) เกิดเมื่อ 4 ตุลาคม พ.ศ.2466 ตรงกับวันแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน ที่บ้านไร่หมู่ที่ 6 ต.กุดพิมาย อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ในครอบครัวชาวไร่ชาวนาที่อยู่ห่างจากความเจริญ

หลวงพ่อคูณได้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์มากมาย เช่น จัดสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย ถนนสายต่างๆ และมอบทุนการศึกษาให้แก่ลูกหลานชาวโคราชอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมอบเงินสร้างวัด โรงเรียนและมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทว่ามีการทำบุญอยู่ครั้งหนึ่งที่ หลวงพ่อคูณ ได้กล่าวไว้ว่า “รู้สึกดีใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้” นั่นคือการที่ได้ทูลเกล้าถวายเงินจำนวน ๗๒ ล้านบาทแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีบรรจุ และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐาน ณ บุษบกเหนือ พระอุโบสถ วัดบ้านไร่ ในวันพุธที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘

ในการทูลเกล้าถวายเงินครั้งนั้น หลวงพ่อคูณ กล่าวไว้ว่า

“กูรู้สึกดีใจหาที่เปรียบไม่ได้ บุญทานอื่นทำมามาก แต่ทำบุญกับพระเจ้าอยู่หัวฯ ยังไม่ได้ทำ ทำบุญกับท่านยิ่งใหญ่ ทูลเกล้าฯ ถวาย ๗๒ ล้านบาท ภูมิใจมหาศาล เงินที่ลูกหลานบริจาคที่ละเล็กทีละน้อยสะสมรวมไว้เพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย พี่น้องจะได้ร่วมกันรับอานิสงส์ด้วย”

และในช่วงปลายของชีวิต หลวงพ่อคูณก็ได้ตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการบริจาคร่างเพื่อให้เป็นครูใหญ่แก่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดังปรากฏข้อความบางตอนจากคำสั่งเสียของหลวงพ่อคูณว่า

“…กูมาคิดได้ว่าอยากจะสร้างบารมีด้วยการบริจาคศพ ดีกว่าเอาไปเผาทิ้ง ให้เขาเอาไปเป็นทาน ได้เป็นครูเขา พวกลูกหลาน เมื่อถึงเวลาที่กูหมดลมหายใจแล้ว พวกมึงก็อย่าได้หน่วงเหนี่ยว และให้เขาไปเถอะ เพราะมันจะเสียเจตนาของกู ขอให้อนุโมทนากับกู…”

ที่มาข้อมูล : วันชนะ (๒๕๕๒) ,กูมีแต่ธรรมะ กรุงเทพมหานคร ไพลินบุ๊คเน็ต จำกัด หน้า ๙๓, อาจาริยานุสรณ์ พระเทพวิทยาคม จัดทำโดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Facebook Comments