คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้าย ความงดงาม อาถรรพ์ กับ สิ่งลี้ลับ

คุ้มเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ หรือพระยาพิริยวิไชย เจ้าผู้ครองนครเมืองแพร่องค์สุดท้าย ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยในขณะนั้นเมืองแพร่ถือเป็นหัวเมืองประเทศราชของสยาม ดังนั้น นอกจากเมืองแพร่จะมีเจ้าเมืองปกครองตัวเองแล้ว ก็จะมีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ จากเมืองหลวง ถูกส่งขึ้นมาดูแลราชการควบคู่ไปด้วย ในฐานะเมืองประเทศราชนั้นเอง

เจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ มีพระนามเดิมว่า เจ้าน้อยเทพวงศ์ ประสูติวันที่ 17 ก.พ.2379 เป็นราชโอรสในพระยาพิมพิสารราชา และแม่เจ้าธิดาเทวี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระยาอุปราชเมื่อปี พ.ศ. 2421 เมื่อราชบิดาประชวร ท่านก็ได้ว่าราชการแทน จนได้รับสถาปนาเป็นเจ้าเมืองแพร่ และเลื่อนเป็นเจ้านครเมืองแพร่ในปี พ.ศ. 2443 มีราชทินนามว่า เจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าหลวงมีพระชายาทั้งหมด 8 องค์…

หลังได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าเมืองแพร่ เมือปี 2432 ท่านก็ให้สร้างคุ้มเจ้าหลวงขึ้นในปี พ.ศ. 2435 เพื่อเป็นที่ประทับ สถานที่ราชการ รับแขก ไปจนถึงใช้เป็นเรือนส่วนตัว ในปี พ.ศ. 2445 ได้เกิดกบฏเงี้ยวเมืองแพร่ โดยพวก ไทใหญ่หรือ เงี้ยว ที่ได้เข้ามาอยู่อาศัยในเมืองแพร่ และทำมาหากินในการขุดพลอย ที่ตำบลบ่อแก้ว อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ในปัจจุบัน ได้ทำการก่อจลาจลในเมืองแพร่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2445…

เหตุการณ์ครั้งนี้ เจ้าเมืองนครแพร่ถูกกล่าวหาว่าสมคบกับพวกเงี้ยว ก่อการกบฎขึ้น เมื่อความทราบถึงในหลวงรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีนำทัพหลวงเข้าปราบปรามพวกเงี้ยวจนราบคาบ และโปรดเกล้า ให้เจ้าหลวงเมืองแพร่ ถอดออกเจ้าจากยศ จากตำแหน่ง ริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งหมดคืน เจ้าหลวงท่านจึงต้องหลบหนี ไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว และได้พำนักอยู่ที่นั่น ไม่เคยได้กลับมาอีกเลยจนวาระสุดท้ายของชีวิต…

ภายในคุ้มเจ้าหลวงแห่งนี้ ยังคงมีข้าวของเครื่องใช้ในอดีตของเจ้าหลวงที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พื้นอาคารชั้น1 จะสังเกตเห็นว่ามีช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กหลายๆช่อง ที่สามารถเปิดปิดได้ ช่องนั้นทำไว้สำหรับสอดส่องและหย่อนอาหารให้กับนักโทษ…

คุ้มเจ้าหลวงแห่งนี้ มีความแปลกกว่าอาคารอื่นๆคือ มีใต้ถุนอาคารเป็นคุกที่ใช้คุมขังทาส ซึ่งใช้มายาวนานกว่า 50 ปี โดยภายในแบ่งเป็น 3 ห้อง ใช้ขังทาสตามความผิดของแต่ละขั้น หากทำผิดขั้นร้ายแรงจะถูกขังในห้องมืดที่แสงไฟไม่สามารถลอดเข้าไปได้ และนักโทษจะได้รับบทลงโทษที่แสนทรมาน คำเล่าขานของผู้เฒ่าผู้แก่ที่เล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับวิญญา บรรดาผีทาสที่เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม จึงกลายเป็นวิญญาณพยาบาท…

เคยมีคนเจอโครงกระดูก สภาพศพแขนขาหัก เจออุปกรณ์ที่ใช้ในการทรมานทั้งหลายอยู่ใต้คุ้มเจ้าหลวง จนกลายเป็นภาพหลอน บรรยากาศที่ดูวังเวงแสนหดหู่นั้นกลายเป็นเรื่องราวลี้ลับ และอาถรรพ์เต็มไปด้วยตำนานที่น่าสะพรึงกลัว….จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ประกาศเลิกทาส จากคุกขังทาสก็กลายเป็นคุกที่ใช้ขังนักโทษ

พอจนมาถึงในยุคสมัยที่มีการสร้างเรือนจำเมืองแพร่ขึ้น คุกทาสที่เป็นดั่งนรกบนดินแห่งนี้ และที่เคยใช้งานมายาวนาน…จึงเหลือไว้แต่เพียงแค่ตำนานในเมืองแพร่จนถึงทุกวันนี้.

“ คุ้มเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ “….หรือพระยาพิริยวิไชย เจ้าผู้ครองนครเมืองแพร่องค์สุดท้าย…

Gepostet von Jid Hohhot am Donnerstag, 22. August 2019

Facebook Comments
error: Content is protected !!