อภินิหารหลวงพ่อสุ่น ลงอาคมพระแสงประจำพระองค์รัชกาลที่ 6 ให้มหาดเล็กยิงยังไม่ออก

อัตโนประวัติของ หลวงปู่สุ่น ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน แต่เทียบเคียงเอกสารฉบับพระราชหัตถเลขาและคำบอกเล่าของคนยุคเก่าท่านเกิดใน พ.ศ.2358 และเข้านิโรธท่าสีหไสยาสน์”ละสังขาร พ.ศ.2448 ท่านเป็นสหธรรมิกกับ “หลวงพ่อเนียมวัดน้อยสุพรรณบุรี”เนื่องจากท่านเป็นพระเถราจารย์ยุคเก่า มีชีวิตราวสมัยรัชกาลที่ 3-รัชกาลที่ 5 ถึงแม้นามของท่านจะไม่เป็นรู้จักโดยทั่วไป แต่ท่านก็เป็นพระเถราจารย์รูปสำคัญของมณฑลกรุงเก่า ศิษย์ที่ท่านบวชให้และถ่ายทอด สรรพวิชาให้คือ”หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค , หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ท่านมีความใกล้ชิดกันอย่างมากพระราชพรหยาน(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)วัดท่าซุง ได้กล่าวถึงตอนที่หลวงพ่อปาน  ไปบวชและอยู่เรียน กับหลวงปู่สุ่น ที่วัดบางปลาหมอ “ในหนังสือประวัติ”หลวงพ่อปาน โสนันโท” ซึ่งหลวงปู่สุ่น ท่านรับหลวงพ่อปานเป็นบุตรบุญธรรมและรับเป็นอุปัชฌาย์บวชให้ เมื่อบวชให้แล้วท่านได้วางรากฐานการปฏิบัติกรรมฐาน ถ่ายทอดวิทยาคม กสิณ..และวิชาหมอให้อย่างหมดสิ้น

เอกสารฉบับ”พระราชหัตถเลขา”ในคราวเสด็จพระพาสต้น รัชกาลที่ 5 รัตนโกสินทร์ศก 125 หรือพุทธศักราช 2449 ความว่า วันที่ 5 เช้าโมงหนึ่ง น้ำลดสะพานเดินได้ ขึ้นไปถ่ายรูปในมณฑปที่พูดเมื่อวานนี้”มีพระป่าเลไลยและรูปเจ้าอธิการวัดบางปลาหมอ” ที่เขาเรียกในคำจารึกแต่ว่า พระอาจารย์หมอ รูปร่างหน้าตางาม ขนาดเท่าตัว ท่านอาจารย์รูปนี้ชื่อสุ่นเป็นหมอรักษา บ้างว่าเป็น”พระญาติสมเด็จพระปวเรศ” เพราะเดินขึ้นไปไม่มีใครได้พระเจริญพร

เรื่องราวอันเกี่ยวข้องกับพระบรมวงศานุวงศ์นี้ พระราชพรหยาน(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)ได้ถ่ายทอดไว้ในหนังสือ สนทนาธรรม โดยพระราชพรหมยาน ความว่า ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็น เจ้าฟ้ารัชทายาท อยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ทรงมีพระราชศรัทธา ทรงขึ้น เคารพนับถือมาก เพราะครั้งเมื่อพระองค์เสด็จไปจอดเรืออยู่ที่หน้าวัดบางปลาหมอ ทรงเห็นนกกระยางขาวบินผ่านเรือพระที่นั่งไปเกาะต้นไม้ในวัดก็ยกปืนขึ้นยิง ปรากฏว่ายิงอย่างไรก็ไม่ออก จึงเกิดความสงสัย ขึ้นไปพบท่านเจ้าอาวาส (หลวงปู่สุ่น) ทรงตรัสถามด้วยความสงสัย

หลวงปุ่สุ่นท่านบอกว่า อย่าว่าแต่อากาศเลย อะไรก็ยิงไม่ออกในวัดแห่งนี้

พระองค์ตรัสถามว่าเพราะอะไร

หลวงปู่สุ่นท่านว่า ด้วยอำนาจพุทธานุภาพ

รัชกาลที่ 6 ตรัสถาม ถ้ากระผมอยากจะเป็นคนยิงไม่ออกบ้างพอจะได้ไหม

ท่านตอบว่า ได้ แต่ต้องรับปากเสียก่อนว่านับแต่นี้เป็นต้นไปในเขตวัดจะไม่ทำอันตรายแก่สัตว์ จะไม่ละเมิดสิทธิของสงฆ์

รัชกาลที่ 6 ทรงรับคำ แล้วหลวงพ่อท่านก็ขอพระแสงประจำพระองค์จากรัชกาลที่6 (เป็นกระบอกเล็กๆ)แล้วก็เสกให้ แล้วส่งคืน

หลวงปู่ท่านว่า ต่อแต่นี้ หากพกปืนกระบอกนี้อยู่ ปืนอื่นก็จะยิงไม่ออก อาวุธทุกอย่างจะทำอันตรายพระองค์ไม่ได้เลย

รัชกาลที่ 6 ตรัสว่า อาวุธอย่างนี้กระผมอาจจะไม่ได้ติดตัวบางขณะ กระผมอยากให้ตัวกระผมเองไม่ได้รับอันตรายจากอาวุธ

หลวงปู่สุ่นท่านว่า ถ้าอย่างนั้นก็ก้มพระเศียรลงไป แล้วท่านก็จารลงที่กระหม่อมให้ และบอกให้ มหาดเล็กลองยิง ให้ยิงเดี๋ยวนั้นเลย ก็ปรากฏว่ายิงไม่ติด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทรงเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ทรงตรัสเรียกว่า”พระอาจารย์”

พระอุปัชฌาย์สุ่น สุนทโร
วัดบางปลาหมอ อ.บางบาล
จ.พระนครศรีอยุธยา

แนะนำเรื่องโดยคุณ Pong Pongsaung

 

Facebook Comments
error: Content is protected !!