ย้อนรำลึก 12 มีนาคม ครบรอบ 10 ปี การจากไป ‘จ่าเพียร’ วีรบุรษแห่งเทือกเขาบูโด

สวัสดีครับวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม ขอนำทุกท่านมาศึกษาเรื่องเล่าตำนานพลตำรวจเอก สมเพียร เอกสมญา วีรบุรษแห่งเทือกเขาบูโด เรามาติดตามกันได้เลย

พลตำรวจเอก สมเพียร เอกสมญา ท่านเป็นอดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา จังหวัดยะลา รับราชการตำรวจตั้งแต่เป็น พลตำรวจ จนถึงยศ พันตำรวจเอก ได้รับพระราชทานยศพลตำรวจเอกเป็นกรณีพิเศษ ได้ฉายาว่า จ่าเพียร นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด หรือ จ่าเพียร ขาเหล็ก

จากการปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเวลากว่า 40 ปี กระทั่งเคยได้รับการโปรดเกล้าฯ เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญรามมาลาเข็มกล้ากลางสมร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และกระทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ณ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ พ.ศ. 2525 จากการเสนอขอพระราชทานโดยพลเอกเทียนชัย ศิริสัมพันธ์ เป็นตำรวจชั้นประทวนคนแรกที่ได้รับพระราชทาน

การจากไปของ “จ่าเพียร” พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา “วีรบุรษแห่งเทือกเขาบูโด มือปราบแห่งบันนังสตา”

พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เข้ารับราชการครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2513 และเป็น ผบ.หมู่ สภ.บันนังสตา มาตลอด ขณะปฏิบัติราชการนั้น พ.ต.อ.สมเพียร ผ่านสมรภูมิรบกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบนับร้อยครั้ง วิสามัญได้นับร้อย จนเป็นที่กลัวเกรงของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และทำให้ พ.ต.อ.สมเพียร มีชื่อเสียงในแวดวงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ในปี พ.ศ.2519 พ.ต.อ.สมเพียร ซึ่งยศในขณะนั้นคือ จ.ส.ต.สมเพียร ถูกกับระเบิดที่ขาซ้ายจนเกือบขาด ขณะต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่ก็เอาชีวิตรอดมาได้ นี่จึงเป็นที่มาของฉายา “จ่าเพียร ขาเหล็ก”

ต่อมาในปี พ.ศ.2526 พ.ต.อ.สมเพียร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์รามาธิบดี และเหรียญมาลาเข็มกล้ากลางสมร จนกระทั่งกรมตำรวจ (ในสมัยนั้น) อนุมัติให้ พ.ต.อ.สมเพียร เข้าอบรมหลักสูตรนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรโดยไม่ต้องสอบคัดเลือก และได้เลื่อนขั้นเป็น ร.ต.ต. ก่อนจะย้ายให้ไปประจำการอยู่ที่ จ.สงขลา

กระทั่งในปี พ.ศ. 2550 พ.ต.อ.สมเพียร ถูกเรียกตัวกลับมาเป็น ผกก.สภ.บันนังสตา เพื่อกำราบกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ก่อเหตุรายวัน ซึ่ง พ.ต.อ.สมเพียร ก็ใช้ประสบการณ์ที่มีพร้อมกับพรสวรรค์บวกพรแสวงปราบผู้ก่อความไม่สงบ และวิสามัญได้ถึง 19 ราย

จากเหตุการณ์นั้นเอง ทางครอบครัวของ พ.ต.อ.สมเพียร เกิดความหวั่นวิตกกังวลถึงความปลอดภัยต่อชีวิต จึงได้ถือเคล็ดเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น “ภูวพงษ์พิทักษ์” เพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัยและเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ พ.ต.อ.สมเพียร ก็ขอกลับมาใช้นามสกุลเดิม

ต่อมาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 พ.ต.อ.สมเพียร จึงตัดสินใจเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรี โดยขอความเป็นธรรมจากใบคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง เพื่อขอย้ายเป็น ผกก.สภ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ว่างอยู่ ในปีสุดท้ายก่อนจะเกษียณอายุราชการ แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณา

พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา ได้สละชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2553 ปิดตำนานท่านในวัย 59 ปี ท่ามกลางความเสียใจของประชาชนชาวบันนังสตาและครอบครัว สุดท้ายนี้ความดีและความเสียสละของท่านจะถูกจารึกไว้และคงอยู่ในความทรงจำของประชาชนตลอดไป

Facebook Comments
error: Content is protected !!