ประวัติศาสตร์ พระมหาเถระ ผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลก

สวัสดีครับวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม ขอนำทุกท่านมาศึกษาเรื่องเล่าตำนานหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ ผู้มอบคำสอนทางพุทธศาสนาไว้มากมาย โดยคำสอนจำนวนมากเป็นธรรมะระดับโลกุตระ อันมีนิโรธเป็นรส และมีนิพพานเป็นอารมณ์ เรามาติดตามกันได้เลย

หลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ มีนามเดิมว่า เงื่อม พานิช เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2449 เป็นชาวอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี อุปสมบทขณะอายุได้ 20 ปี ณ วัดโพธาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ รับฉายาว่า “อินทปัญโญ” แปลว่าผู้มีปัญญาอันยิ่งใหญ่ ก่อนอุปสมบท ท่านได้ตั้งใจไว้ว่าจะบวช เรียนเพียง 3 เดือนเท่านั้น แต่เมื่อได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมแล้ว ก็บังเกิดความซาบซึ้งในพระพุทธศาสนา จึงล้มเลิกความตั้งใจที่คิดจะลาสิกขาตามกำหนดเดิมเสียสิ้น และนี่คือเหตุแห่งการบวชตลอดชีวิตของท่าน

“พุทธทาสภิกขุ” เป็นผู้ก่อตั้งสวนโมกขพลาราม ซึ่งตั้งอยู่ ณ วัดธารน้ำไหล อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2475 สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทางศาสนาระหว่างกันมีผู้มาปฏิบัติธรรมทั้งที่เป็นชาวไทยและชาวต่างประเทศ เป็นจำนวนมาก เป็นแหล่งสำคัญในการศึกษา ค้นคว้าวิชาการทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ผลิตตำราและบุคลากรเพื่อใช้ในการเผยแพร่ธรรม

พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ)หรือ พุทธทาส ภิกขุได้ละสังขารอย่างสงบ ณ สวนโมกขพลาราม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 สิริรวมอายุ 87 ปี 67 พรรษา คงเหลือไว้แต่ผลงานที่ทรงคุณค่าแทนตัวท่านให้อนุชนคนรุ่นหลังได้สืบสานปณิธานของท่านรับมรดกความเป็น “พุทธทาส”

“พุทธทาสภิกขุ” เป็นชาวไทยคนที่ 18 ที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก นับตั้งแต่ปี 2505 เป็นต้นมา จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าชื่นชมของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ โดยเฉพาะชาวพุทธ เนื่องจากท่านเป็นพระสงฆ์ที่ได้ให้หลักธรรมคำสอนที่มีค่าอย่างสูงแก่ประชาชน มีวัตรปฏิบัติที่งดงาม เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งแก่พระสงฆ์ด้วยกันและประชาชนทั่วไป จนเป็นที่เคารพของชาวไทยและประชาชนทั่วโลก

เมื่อปี พ.ศ. 2549 ในการประชุมสมัยสามัญขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก ณ สำนักงานใหญ่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ประชุมมีมติประกาศยกย่องพระธรรมโกศาจารย์หรือ “พุทธทาสภิกขุ” เป็นบุคคลสำคัญของโลก

เหตุผลที่ยูเนสโกได้ประกาศยกย่อง “พุทธทาสภิกขุ” เป็นบุคคลสำคัญของโลกก็คือ การที่ท่านได้อุทิศตนเพื่อการเผยแพร่แก่นพระธรรมที่มีความร่วมสมัยและประยุกต์ใช้ได้กับระดับสังคมและปัจเจกบุคคล รวมถึงการผสานส่งเสริมความเข้าใจระหว่างศาสนา เพื่อความสันติภาพ ความเป็นธรรมของสังคมและบุคคล ดังประกาศเป็นทางการว่า

พุทธทาสภิกขุ เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพทั่วโลก ท่านเป็นผู้บุกเบิกในการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างศาสนา โดยใช้การสานเสวนาระหว่างเหล่าศาสนิกต่างศรัทธา

ท่านได้ละอารามที่เคยพำนัก และได้ค้นพบแนวทางในการผสานพุทธศาสนาในโลก ให้สอดคล้องกับแก่นธรรมคำสอนดั้งเดิมอีกครั้ง ท่านยังเน้นย้ำถึงหลักการอิงอาศัยกันและกันของสรรพสิ่ง ทำให้ท่านเป็นผู้นำของความคิดเชิงนิเวศวิทยา และผู้ประกาศจุดยืนเพื่อสันติภาพระหว่างประชาชาติทั้งหลาย

งานเขียนของท่าน ซึ่งได้รับการแปลและตีพิมพ์ในหลายภาษา มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อการฟื้นฟูวิธีคิดแนวพุทธขึ้นใหม่ความคิดที่ท่านได้แสดงไว้ มิเพียงแต่จะสามารถชี้ทางให้กับประเทศไทยได้เท่านั้น หากยังรวมถึงสังคมทั้งปวง ที่กำลังพยายามสรรค์สร้างระเบียบทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ อันเที่ยงธรรมและเป็นธรรมอีกด้วย

คนเราทุกวันนี้ ดิ้นรนไขว่คว้าหาสิ่งที่ไม่มี
และสุดท้าย ทุกคนก็จะได้สิ่งเดียวกัน คือ ไม่ได้อะไรเลย

พินัยกรรมกลับคืนสู่ธรรมชาติของหลวงพ่อพุทธทาส

โลงศพของอาตมาก็คือ
ความดีที่ทำไว้ในโลก
ด้วยการเผยแผ่พระธรรม

ป่าช้าสำหรับอาตมา
ก็คือบรรดาประโยชน์และคุณทั้งหลาย
ที่ทำไว้ในโลกเพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์

และขอชักชวนให้ท่านทั้งหลาย
ถือหลักเกณฑ์อย่างเดียวกันว่า
โลงศพของเราก็คือความดีที่ทำไว้ในโลก
ป่าช้าของเราก็คือประโยชน์ทั้งหลาย
ที่เราได้ช่วยกันทำไว้
เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์

Facebook Comments
error: Content is protected !!