หลวงปู่จันทร์ ปัญญาณันโท อายุ 108 ปี อริยะสงฆ์ 2 แผ่นดิน ไทย-กัมพูชา แห่งวัดตึกจุม (กัมพูชา)

หลวงปู่จันทร์ ปัญญาณันโท อายุ 108 ปี อริยะสงฆ์ 2 แผ่นดิน ไทย-กัมพูชา แห่งวัดตึกจุม (กัมพูชา)

หลวงหลวงปู่จันทร์ ท่านเป็นคนเขมรโดยกำเนิด ท่านบวชตั้งแต่อายุ 10 ปี ต่อมาท่าน มาเรียนเปรียญธรรม มาศึกษาพระไตรปิฎก ที่ประเทศไทย ท่านได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ที่ประเทศไทย ท่านศึกษาจนจบแล้ว ท่านก็กลับประเทศเขมร ท่านอยู่ประเทศเขมรได้ไม่กี่ปี ท่านก็เกิดความเบื่อหน่ายในสังคม บ้านโดยปลีกตัวไปอยู่ตามป่าตามเขา เมื่อท่านไปอยู่ตามป่าตามเขาท่านก็บอกว่าท่านได้เห็นสิ่งที่ท่านไม่เคยเห็น

หลังจากนั้นท่านก็เริ่มศึกษาสิ่งลี้ลับ วิปัสสนากรรมฐานภาวนาท่านได้เห็น ฤาษีชีปะขาว ดาบสพระผู้ทรงอภิญญานที่มีอายุเป็นพันปี ครูบาอาจารย์ของท่านก็บอกท่านว่าประเทศเขมร จะเกิดเรื่องวุ่นวายภายในประเทศ ให้หลวงปู่จันทร์ลี้ภัยไปอยู่ประเทศไทยไปอยู่กับ ชายที่เคยศึกษาวิชาร่วมกันสหายที่เคยศึกษาวิชาร่วมกัน ทันเลยขึ้นมาอยู่ แถวๆ ภาคใต้ก่อนแล้วท่านค่อยขึ้นไปอยู่วัดเชิงหวายเป็นวัดที่ท่าน เคยจำพรรษาเมื่อสมัยท่านมาศึกษาเปรียญธรรมมาอยู่กับหลวงพ่อสริน ที่วัดเชิงหวาย อยู่ได้ไม่กี่ปี ท่านก็พบกับสหายที่เคยศึกษาวิชาในป่าในเขาร่วมกันนั่นก็คือ หลวงปู่สาย วัดตะเคียนราม อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

ท่านเลยมาอยู่กับหลวงปู่สาย โดยที่ท่าน ขอหลวงปู่สายอยู่ในโบสถ์วัดตะเคียนรามหลังจากนั้นท่านก็อยู่แต่ในโบสถ์วัดตะเคียนรามนานถึง 30 ปีการอยู่ในโบสถ์ของท่านท่านจะนั่งภาวนา ไม่ได้ออกไปไหนถ้าออกไปก็จะไปภาวนาอยู่ที่ป่าช้าท่านจะออกไปภาวนาเมื่อทำวัตรเย็นเสร็จ เวลาประมาณ ตี 3 กว่าๆ เช้าก็จะกลับมาวัด ท่านทำแบบนี้นานถึง 20 ปีโดยไม่ขาดสักวัน บางที่ชาวบ้านแถวนั้นก็เห็นมีคนมารับมาส่งท่านทั้งทั้งที่ท่านไปคนเดียวมาคนเดียว บางทีชาวบ้านแถวนั้นที่มีไร่ติดป่าช้าเห็นท่านกำลังเดินออกจากวัดชาวบ้านก็ขี่รถมอเตอร์ไซด์ออกมาก่อน พอไปถึงไรก็เห็นหลวงปู่เดินเข้าป่าช้า ก่อน ชาวบ้านที่บวชตอนที่ทันท่านอยู่วัดตะเคียนราม บอกว่าบางทีก็ไม่เห็นท่านนอนเห็นแต่ท่านนั่งภาวนา บางทีก็เห็นท่านเป็นเหมือนคนหนุ่ม บางทีจะเห็นฉันเป็นคนแก่ เห็นท่านนั่งอยู่ในโบสถ์แท้ๆ พอเดินออกจากโบสถ์ดันเห็นท่านเดินออกจากห้องน้ำ

.

ท่านรู้จักหลวงปู่สรวงได้ไง ท่านมาอยู่วัดใด้ 2 3 ปีท่าน เห็น มีพระรูปหนึ่ง หรือไม่ใช้พระ ใส่ผ้าขาวบาง ผ้าเหลืองบ้าง บางทีก็ใส่ทั้งเหลืองและขาว เห็นเดินมาเล่นกับหลวงปู่สายบ่อยๆ บางทีก็เดือนหนึ่งมาครั้ง บางเดือนมา 1ครั้ง มา 3 ครั้ง บางทีก็สองสามวันมาครั้ง และหลวงปู่สายก็ให้การต้อนรับอย่างดี มานั่งเล่น คุยกับหลวงปู่สายมีอยู่ครั้งหนึ่ง หลวงปู่สรวงก็มาแต่เช้า หลวงปู่สายและหลวงปู่จันทร์ กำลังนั่งฉันข้าวอยู่ หลวงปู่สายเลยเรียกหลวงปู่สรวง มาฉันร่วมกัน ปกติหลวงปู่สรวงก็จะไม่ชัด ก็จะบอกว่าให้ฉันก่อนเลย

แต่วันนั้นหลวงปู่สรวงกลับเดินดิ่ง เข้ามาร่วมฉันด้วย มานั่งลงแล้วหลวงปู่สาย ก็ตักข้าวให้ หลวงปู่สรวงท่าน เอามือล้วงเข้าไปในเเกง แล้ว ก็เอามาใส่ข้าว เอามือล้วงไปในแกงแล้วเอามาใส่ข้าว แล้วก็ จับใส่ปาก หลวงปู่จันทร์ท่าน ไม่พอใจอย่างมาก แต่ท่านก็ไม่ได้พูดอะไร ท่านเลยลุกเดินออกกลับโบสถ์ พอไปถึงโบสถ์ ท่านก็เห็นหลวงปู่สรวงนั่งอยู่ในโบสถ์แล้ว ท่านเห็นแสงรัศมี สีเขียวมรกต ออกจากตัวหลวงปู่สรวง สว่างจ้าเต็มโบสถ์ หลังจากนั้นท่านหมดความสงสัยในตัวหลวงปู่สรวง หลวงปู่จันทร์ท่านว่า ไอ้เราก็มีครูบาอาจารย์มากมาย จบทั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค

เรื่องพระไตรปิฎกก็ไม่น้อยหน้าใคร ทั้งศาสตร์ลี้ลับ เราก็ศึกษามาจนเจนจบ เราจะเชื่ออะไรง่ายๆได้อย่างไร แต่เมื่อเห็นกับตาครั้งนี้แล้ว ก็หมดข้อสงสัยในหลวงปู่ท่านนี้ ตอนเช้าหลวงปู่จันทร์ก็เดินมาทานข้าวร่วมกับหลวงปู่สาย หลวงปู่สายเลยถามว่า ประจักษ์หรือยังท่าน แล้วหลวงปู่สายก็ยิ้ม หลวงปู่จ๋านบอกว่าประจักษ์แล้วท่าน แล้วหลวงปู่สรวงก็ยกย่องหลวงปู่จันทร์ว่า หลวงปู่จันทร์เป็นพระที่เก่งในการปฏิบัติ เป็นที่รักของเหล่าบรรดาเทวดาอารักษ์ดาบสฤาษี หลวงปู่จันมีเหล่าบรรดาเทวดาอารักษ์คอยรับใช้และท่านยกย่องหลวงปู่สาย เป็นผู้มีฤทธิ์ เก่งในเรื่องอาคม มีความเมตตา ไม่เลือกชนชั้นวรรณะ ท่านทั้ง 3 รูปนี้ หลวงปู่สรวงอาจารย์ของท่านคือ ฤาษีภูตะแบง หลวงปู่สายอาจารย์ของท่าน คือ ฤาษีภูกิเลน หลวงปู่จันทร์ อาจารย์ของท่านคือ ฤาษีพนมดงรัก

ข้อมูลจากคุณ สหธัศจ์

Facebook Comments
error: Content is protected !!