นั่นของโยมแม่เองเอาไว้ที่เดิม “ของดีของแม่” ถึงจะเก่ามาแล้วแต่ก็ทรงใช้ระลึกถึงโยมแม่มาตลอด


นั่นของโยมแม่เองเอาไว้ที่เดิม “ของดีของแม่” ถึงจะเก่ามาแล้วแต่ก็ทรงใช้ระลึกถึงโยมแม่มาตลอด

หากกล่าวถึง สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวัฒนโณ) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์แม้ว่าในวัยเด็กพระองค์จะไม่ได้ทรงอยู่กับพระชนก และพระชนนี (นางกิมน้อย คชวัตร) (พระชนกถึงแก่กรรมตั้งแต่พระองค์ทรงเยาว์วัย) แต่ความรัก ความผูกพัน และความกตัญญูที่มีให้แก่พระชนนีนั้นไม่เคยเสื่อมคลาย

และในยามที่พระชนนีชราภาพ พระองค์ก็ได้ทรงตอบแทนพระคุณของผู้มีอุปการคุณเป็นอย่างดี ทรงพาพระชนนีมาพักอยู่ในวัดบวรนิเวศวิหารด้วยตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ โดยให้อยู่ในบริเวณเรือนขาวคือเรือนหลังน้อยที่ปลูกไว้ใกล้พระตำหนักคอยท่าปราโมช” ที่ประทับของพระองค์

ในระหว่างที่พระชนนีพำนักอยู่ด้วย เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงแสดงความรักความห่วงใยต่อพระชนนีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย กิจวัตรประจำวันของพระองค์ที่ทรงมีต่อพระชนนีก็คือ ในตอนเย็นของทุกวันจะเสด็จไปดูพระชนนีที่เรือนพัก และทุกครั้งจะทรงเริ่มการสนทนากับพระชนนีด้วยประโยคว่า

“โยม..วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง”

พระชนนีเป็นคนขยัน ไม่อยู่นิ่ง จึงมักจะทำโน่นทำนี่ทั้งวัน บางครั้งจึงเกิดอารมณ์เสียกับพวกเด็กๆ ศิษย์วัดที่ทำอะไรไม่เรียบร้อย เป็นเหตุให้พระชนนีต้องคอยเก็บคอยว่า บางทีก็มีเสียงดังกับเด็กๆ ศิษย์วัด เมื่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ยินเสียงก็จะต้องเสด็จมาหา พร้อมตรัสปลอบประโลมพระชนนีว่า”เป็นอย่างไรโยม..ช่างมันเถอะ ปล่อยวางเสียบ้าง”พระชนนีก็มักจะตอบกลับว่า “เรื่องของอิฉัน เจ้าคุณไม่เกี่ยว” แล้วเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ก็จะทรงยิ้มกลับไป

ในความเป็นแม่ พระชนนีมักจะทำอะไรถวายเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำทุกวันคือ จีบหมากถวาย (เมื่อพระชนนีถึงแก่กรรมก็ทรงเลิกเสวยหมาก ขณะทรงดำรงสมณศักดิ์ที่พระสาสนโสภณ) เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ยังคงเก็บรักษาสิ่งของที่พระชนนีทำถวายไว้โดยตลอด เช่น ตู้หนังสือที่พระชนนีถวายเมื่อครั้งสอบได้เปรียญ ๗ หรือ “ผ้าอาสนะ” สำหรับนั่งที่พระชนนีเย็บถวายแต่ครั้งยังเป็นพระเปรียญเพื่อทรงใช้สอย และก็ทรงใช้มาตลอด แม้จะเก่าขาดเปื่อยไปบ้างแล้วก็ยังทรงวางไว้ใต้อาสนะผืนใหม่ด้วยความเคารพรักเสมอ แม้เมื่อทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชแล้ว อาสนะผืนดังกล่าวก็โปรดให้วางไว้ใต้อาสนะที่ประทับ ผู้ที่ไม่ทราบที่มาของผ้าผืนนี้อาจเห็นว่าเป็นผ้าเก่ามากแล้วจึงจะนำไปทิ้งด้วยความหวังดี แต่พระองค์รับสั่งว่า “นั่นของโยมแม่ เอาไว้ที่เดิม”

พระชนนีเป็นผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาแต่เดิมแล้ว การมาอยู่ในวัดบวรฯ ก็เหมือนมีโอกาสอันดีงามที่จะได้ใกล้ชิดดูแลบุตรชายและได้ทำบุญปฏิบัติธรรมยิ่งขึ้น เวลาเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงบรรยายธรรมในพระอุโบสถ “โยมแม่” จะหลบมาฟังอยู่ข้างนอกเสมอ และเมื่อพระชนนีถึงแก่กรรมแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ก็ได้ทรงตั้งกองทุนชื่อว่า “นิธิน้อย คชวัตร” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระชนกและพระชนนีของพระองค์ ซึ่งมีนามว่า “น้อย” เหมือนกัน สำหรับเป็นทุนส่งเสริมการศึกษาของภิกษุสามเณรและเยาวชน เจ้าพระคุณสมเด็จฯ มักทรงปรารภว่า

“เราไม่มีโอกาสเรียน…จึงอยากส่งเสริมคนอื่นให้ได้เรียนมากๆ”

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ วัดป่า

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เพจเรื่องเล่าชาวสยามได้นำมาเล่าต่อของตำนาน บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!