อิทธิฤทธิ์ ดำดื้อแดงเก คงกระพัน แคล้วคลาด ดื้อด้านต่อคมไม้คมมีด กระซิบบอกเมื่อมีภัยมาใกล้ตัว


อิทธิฤทธิ์ ดำดื้อแดงเก คงกระพัน แคล้วคลาด ดื้อด้านต่อคมไม้คมมีด กระซิบบอกเมื่อมีภัยมาใกล้ตัว

หากกล่าวถึง ดำดื้อ  แดงเก เป็นยันต์ที่ใช้สักโดยมีชื่อเสียงมาจากหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ ในภายหลังได้ทำออกมาเป็นวัตถุมงคล ไว้พกติดตัวแทนการสัก ประสบการณ์จะเด่นในทางด้านคงกระพัน แคล้วคลาด เรียกว่า ดื้อด้านต่อคมไม้คมมีด และเป็นที่เลื่องลือเล่าขานกันมากคือ เมื่อเวลาจะมีภัยมา จะได้ยินเหมือนคนกระชิบบอกอย่างน่าอัศจรรย์

ตามตำนานเล่าว่ามีชายหนุ่มสองคนชื่อว่าไอ้แดงกับไอ้ดำ ทั้งสองได้มานั่งกินเหล้าเมามายในตอนเย็นๆเสมอ และชอบประลองกำลังกัน ใช้ทั้งอาวุธมีด และของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่แต่ละคนมีอยู่ในตัว หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จ.นครปฐม เห็นดังนั้นท่านจึงได้นำรูปของไอ้ดำและไอ้แดงมาสักโดยได้มีการลงอักขระเลขยันต์เข้าไปด้วย

แต่บางความเชื่อก็ว่า ดำดื้อและแดงเกเร มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนนัก ขณะเดียวกันก็มีความเชื่อว่า ห้ามสักดำดื้อและแดงเกเรในตัวคนๆเดียว เพราะจะทำให้ยิ่งดื้อและเกเรไปกันใหญ่ ให้สักเฉพาะอันใดอันหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ดีในปัจจุบันได้มีนำยันต์ที่สักเป็นรูปดำดื้อและแดงเกเร มาสร้างเป็นเครื่องราง

ส่วนเพจ ศิษย์สายวัดสะพานสูง ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า เมื่อก่อนไม่เคยได้ยินว่า สำนักอื่นมียันต์นี้ด้วย เพิ่งทราบเมื่อไม่นานนี้ ว่าหลวงพ่อสุรินทร์ เจ้าของเหรียญหมูตามหมูขวางอันลือลั่นแห่งราชบุรี ก็มียันต์นี้เหมือนกัน แต่ท่านก็ไม่ค่อยยอมสักให้ใคร เพราะสักไปแล้ว ส่วนมากเกเรทุกคน มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีคนแถววัดสามคนมาลาท่านว่าจะไปสงครามเกาหลี ท่านตรวจดวงชะตาแล้วท่านว่าสองคนไปได้ แต่ทิดเยื้องท่านท้วงว่าอย่าไปเลยดวงเรานี่ถึงชะตาขาด แต่ทิดเยื้องไม่ยอมบอกรับปากเพื่อนแล้วไม่ไปไม่ได้ ท่านเห็นฝืนชะตาไม่ได้ ท่านจึงสักดำดื้อแดงเกเรให้(สายหลวงพ่อสุรินทร์ จะมีตัวเดียวเรียกรวมกันว่าดำดื้อแดงเกเร โดยจะสักที่หน้าอก)

เมื่อท่านสักเสร็จแล้ว ท่านก็ให้คาถากำกับว่า“กะระมะทะ กิริมิทิ กุรุมุทุ เกเรเมเท” พร้อมบอกสรรพคุณว่า เมื่อภาวนาคาถานี้จะทำให้ตัวใหญ่ขึ้น มีกำลังมากกว่าคนธรรมดา

เมื่อสามคนนี้ไปสงครามไม่กี่เดือน ก็เดินทางกลับโดยกลับมาเป็นคนเป็นสองคน ส่วนทิดเยื้องกลับมาเป็นร่างไร้วิญญาณ เมื่อนำศพทิดเยื้องมาที่วัดหลวงพ่อสุรินทร์ ทั้งสองคนก็เล่าเรื่อง ว่ามีอยู่สมรภูมิหนึ่ง รบกันแบบประชิดตัว ทั้งสามคนก็ท่องคาถาที่หลวงพ่อให้ รู้สึกตัวเหมือนจะใหญ่ขึ้น ใจฮึกเหิมไม่กลัวอะไร เดินเข้าประจัญกับข้าศึกด้วยมือเปล่า ทั้งสามคนใช้มือเปล่าฆ่าข้าศึกตั้งหลายคน โดยเฉพาะทิดเยื้องหักคอข้าศึกทั้งคนเกาหลีทั้งรัสเซียหลายคน พวกนั้นใช้ปืนยิงก็เอาไม่อยู่ ใช้ดาบปลายปินแทงก็แทงไม่เข้า สุดท้ายมีคนหนึ่งขว้างระเบิดใส่ทิดเยื้อง จึงสามารถหยุดทิดเยื้องได้ ทิดเยื้องถูกแรงระเบิดอัดจนขาดใจตาย แต่ที่ตามตัวไม่มีบาดแผลให้เห็นเลย

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เพจเรื่องเล่าชาวสยามได้นำมาเล่าให้ทุกท่านเล่าสู่กันฟังบอกต่อของตำนาน บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!