ตำนาน “เทวดาสามเขา ” มีขนเป็นทองแดง ผิวหนังคงกระพัน เมตตามหานิยม ชอบช่วยเหลือผู้คน


สวัสดีจ้าวันนี้เพจ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าคุณทวดเคว็ด คงแก้ว มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง คุณทวดเคว็ด คงแก้ว หรือที่รู้จักกันในนาม “เคว็ด ชาวป่า”หรือ “เคว็ด ขนทองแดง” ท่านเป็นฆราวาสสายเขาอ้อ โดยท่านลุงของคุณทวดซึ่งเป็นชาวดอนหลา ได้พาทวดไปเลี้ยงดูเพราะท่านลุงของทวดไม่มีบุตรสืบตระกูลและอีกอย่างคุณทวดเคว็ดเกิดมามีลักษณะที่ผิดไปจากเด็กทั่วไปคือ มีขนเป็นทองแดง งอกยาวตั้งแต่เด็ก

ทวดเคว็ด คงแก้ว

คุณทวดเกิดในวันเสาร์ แรม 5 ค่ำ (เสาร์5) ปี พ.ศ.2424 ทำให้พระแถวบ้าน(พ่อท่านสังข์ วัดร่มเมือง) แนะนำพ่อของท่านว่าให้คนอื่นพาไปเลี้ยงดูหรือรับเป็นบุตรแทนเสีย ท่านลุงของของเลยมารับพาไปอยู่ที่บ้านดอนหลา และด้วยท่านลุงของท่านสนิทกับพระอาจารย์ทองเฒ่า จึงทำให้ทวดได้มีโอกาสได้ร่ำเรียนวิชาและได้บวชอยู่ที่วัดเขาอ้อ ตั้งแต่เป็นสามเณร แรกอายุได้ 12 ปี จนได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุโดยมีอาจารย์ทองเฒ่าเป็นอุปปัชฌาย์

ท่านได้ลาสิขาเมื่อท่านอายุได้ 30 ปี เนื่องจากมีเหตุที่บ้านทำให้ท่านต้องจำใจสึกจากการเป็นพระคือเมื่อพ่อของท่านคือทวดคง ได้เสียชีวิตลงที่บ้านก็มีน้องสาวท่านเป็นผู้ดูแลและสมัยนั้นมีโจรชุม มักขึ้นปล้นและกระทำการอุกอาจ โดยโจรได้ปล้นควายที่เลี้ยงไว้เป็นฝูงจนหมดและทำร้ายน้องสาว ท่านจึงได้ลาสิกขา มาดูแลน้องสาวและจัดการเรื่องราวที่บ้าน รวมเวลาที่ท่านบวชวัดเขาอ้อ เป็นเวลา 18 ปี 9 พรรษา

ท่านยังได้เป็นเกลอ กับพระอาจารย์เอียด วัดดอนศาลา ในสมัยที่เรียนวิชาและอยู่วัดเขาอ้อ โดยคุณทวดเคว็ดมีอายุแก่กว่า พระอาจารย์เอียด 1 ปี หลังจากที่ทวดเคว็ดสึกออกมา ด้วยความโกรธแค้นชุมโจรที่มาทำร้ายน้องสาวและปล้นสะดมควายและทรัพย์สินของชาวบ้านอยู่หลายครั้ง จึงได้รวบรวมสมัครพรรคพวกตามไปแก้แค้นกลุ่มโจร จนทวดเคว็ดได้ฆ่าพวกโจรเหล่านั้นจนหมด แต่ด้วยสมัยก่อนโจรพวกนั้นกลางวันก็จะดำรงตนแบบปกติเสมือนชาวบ้านทั่วไป เมื่อทวดได้ทำการดังว่าเท่ากับเป็นการฆ่าคน ซึ่งสมัยนั้นกฎหมายยังไม่มีอำนาจใดๆมาดูแลได้อย่างครอบคลุม

แต่มาภายหลังก็มีตำรวจตามจับตัวหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถจับตัวท่านได้ และท่านจะชอบไปอยู่ตามป่า แถวเขาตรัง เขาคราม เขาเจ็ดยอด จนชาวบ้านในแถบนั้นเรียกว่า “เคว็ด ชาวป่า” ทวดเคว็ดมีวิชาที่โดดเด่นคือวิชา ทางคงกระพัน วิชาทางเสน่ห์ วิชาขับผีถอนผีและวิชารักษาโรค ตลอดชีวิตของท่าน ไม่เคยมีมีดพร้าหรือสิ่งมีคมอันใดมาทำร้ายท่านได้ และไม่มีตำรวจคนไหนที่สามารถจับตัวท่านได้

คุณปู่ของข้าพเจ้าเคยเล่าให้ฟังว่าทวดเคว็ด ชอบเล่นปอ ( การพนันชนิดหนึ่งในสมัยก่อน) แต่ด้วยทวดมีวิชามากเลยไม่เคยแพ้ใคร ทำให้คนในพื้นที่ไม่มีใครกล้าเล่นกับท่าน หากจะเล่นต้องเดินเท้าไปเล่นถึงตรัง และแถบนคร

 

มีอยู่ครั้งหนึ่งตำรวจเข้าบุกจับนักพนัน ซึ่งขณะนั้นคุณทวดเคว็ดได้นอนพักผ่อนอยู่บนแคร่ ตำรวจพอรู้ว่าคือ เสือเคว็ด ชาวป่า ก็อยากจะจับตัวให้ได้เพื่อสร้างผลงาน จึงได้ใช้ทายปืนฟาดไปอย่างแรงบนศีรษะของทวด โดยทวดได้นอนโดยเอาหมุกยาที่ทำจากเงินรองหัวหนุนนอน ปรากฎว่าหมุกยานั้นบุบจนเกือบแบนแต่คุณทวดไม่มีอาการใดๆทั้งสิ้น คุณทวดได้ลุกขึ้นและตวาดพร้อมตบเข้าบ้องหูของตำรวจคนที่ใช้ปืนพาดหัวท่าน ล้มลงไปชักดิ้นอยู่กับพื้น ในขณะนั้นตำรวจอื่นๆก็อยู่ในอาการมึนงง จังงังไปตามๆกัน

ทวดก็เดินออกมาอย่างง่ายดายราวกับว่าไม่มีอะไร มาทราบภายหลังว่า ตำรวจผู้นั่นภายหลังได้กลายเป็นคนบ้าเสียสติและหูหนวกจนต้องออกจากราชการ ทวดได้ใช้ชีวิตความเป็นโจรเป็นเสือในแถบจ.ตรัง เขาพับผ้า เขาเจ็ดยอด เขาครามยาวไปถึงศรีบรรพต จนบางคนก็เรียกว่า เทวดาสามเขา หรือเทวาสามควน เพราะไปไหนมาไหนไร้ร่องรอย และเป็นที่รักของผู้คนเพราะทวดไม่เคยปล้นชาวบ้าน แต่จะปล้นเฉพาะผู้มีอิทธิพลที่ข่มเหงชาวบ้านเท่านั้นแถมเวลาปล้นได้มามักนำทรัพย์สินมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ไปปล้น สิ่งที่แปลกจากโจรท่านอื่นๆคือ ทวดเคว็ดฆ่าคนโดยไม่เคยใช้มีดหรือพร้าในการฆ่า ท่านจะใช้ไม้แหลม หรือ หักคอ และที่ท่านใช้มากที่สุดคือ กระด้งที่ใช้ในการฝัดข้าว โดยท่านจะเจาะเป็นรูปกากบาทแล้วกลวมลงบนหัวแล้วบิด จนเสี้ยนไม้ไผ่แทงคอจนตาย

แต่ก็น้อยรายที่ทวดจะลงมือฆ่าคน ปู่เล่าว่าท่านเคยถามทวดว่า ทำไมทวดพกมีดแต่ไม่ฆ่ากับมีด ทวดตอบปู่ว่า.”ท่านครูสั่งกูไว้ว่าอย่าใช้มีดพร้าฆ่าใคร”(เป็นการสั่งไม่ให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตสมัยท่านบวช) และท่านก็รับปากแต่ด้วยเหตุจำใจต้องฆ่าจึงได้ใช้ไม้แหลมหรืออย่างอื่นแทน เพื่อไม่ให้ผิดคำพูดที่รับปากไว้กับอาจารย์

ชีวิตด้านความรัก..คุณทวดเคว็ด มีเมียถึง 14 คน และมี 4 คนที่ท่านได้สร้างบ้านไว้ติดๆกันคือ คุณทวดเนตร คชเสน, คุณทวดนุ่ม นุ่นปาน ,คุณทวดเกตุ บัวดำ, คุณทวดเคล้า (ชาวเมืองตรัง) โดยเมียทั้ง 4 จะพลัดกันดูแล..และเมียที่เหลือท่านก็จนวนเวียนไปดูแลไม่ขาดสาย และทวดเคว็ดยังได้เมียซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานเจ้าเมืองพัทลุงในสมัยนั้นคือ คุณทวดศรี ณ พัทลุง

ปู่เล่าให้ฟังว่านอกจากวิชาทางคงกระพันแล้ว วิชาด้านเสน่ห์ทวดก็ไม่เป็นรองใคร เมียท่านทุกๆคนไม่เคยทะเลาะกัน อยู่ด้วยกัน โดยทวดจะแยกบ้านสำหรับท่าน 1 หลัง และบ้านหลังที่ทวดอยู่ทวดไม่เคยอนุญาตให้ใครขึ้นไป ใครมาหาก็จะมานั่งกันใต้ถุนบ้านที่ท่านทำที่ไว้รองรับ และหลังที่ท่านออกมาจากการเป็นโจรแล้ว ท่านก็ได้รับการนับถือจากชาวบ้าน จนทำให้คุณทวดเคว็ด ได้เป็นนายบ้าน(ผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้น) มีที่ดินมากมายตั้งแต่ตำบลร่มเมือง จนถึงตำบลสมหวัง และภายหลังก็ได้แบ่งให้ชาวบ้านไปเรื่อยๆโดยไม่ได้มีการซื้อขายแต่อย่างใด ยิ่งทำให้คนในชุมชนนับถือในตัวท่านมากขึ้น โดยไม่มีใครคิดว่าท่านคือเสือร้ายอีกต่อไป ทวดเคว็ด ยังได้มอบที่ดินเพิ่มเติมในการสร้างวัด ปัจจุบันคือ วัดร่มเมือง

ชีวิตด้านด้านหมอไสยศาสตร์ ทวดเคว็ดยังเป็นหมอชาวบ้านที่มีความสามารถในหลายๆอย่าง ขนาดทหารต้องมาหาที่บ้านทวด เพื่อให้ทวดลงกระหม่อมหรือสักยันต์ จารยันต์ให้ และถ้าใครผัวหาย เมียหาย ผัวนอกใจ เมียมีชู้ ก็จะมาให้ทวดทำให้จนได้กลับทุกคน ทวดเคว็จมีนิสัยไม่ชอบพูดคุย ถ้าคนไม่สนิทหรือไม่เคยพบกับทวดมาก่อนก็มักจะเกรงกลัว เพราะที่ตามตัวท่านจะมีขนสีทองแดงยาวไปทั้งตัว ท่านจะใส่เสื้อแขนยาวตลอด และนั่งผ้ายาวตลอด หนวดท่านก็จะปล่อยยาว ดูแล้วเป็นที่น่าเกรงขามแก่คนทั่วไป

ขอบคุณข้อมูลโดย สายตรง อาจารย์ประสูติ วัดในเตา

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เพจเรื่องเล่าชาวสยามได้นำมาเล่าต่อของตำนาน คุณทวดเคว็ด คงแก้วบทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!