กราบได้สนิทใจ ครูบาอุ่น พระสายวิปัสนากรรมฐาน พุทธาคมเข้มขลัง ละสังขารแล้วแข็งเป็นหิน


กราบได้สนิทใจ ครูบาอุ่น พระสายวิปัสนากรรมฐาน พุทธาคมเข้มขลัง ละสังขารแล้วแข็งเป็นหิน

หากกล่าวถึง ครูบาอุ่น อรุโณ ท่านเป็นคนกรุงเก่าโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ ม.ค.๒๔๖๖ ที่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่ออุปสมบทแล้ว ท่านได้ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยและเรียนนักธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นตรีและโทตามลำดับ นอกจากนี้ท่านยังสนใจในด้านพุทธาคมและกรรมฐาน จึงได้ไปฝากตัวเรียนวิชากับครูบาอาจารย์หลายรูป ทั้งที่เป็น พระสงฆ์และฆราวาส เช่น

  • หลวงตาบุญ เรียนวิชาคงกระพันชาตรี
    ครูโปร่ง เรียนด้านเมตตามหานิยม
    หมอปาน เรียนวิชาแก้คุณไสยและปราบผี
    พระอาจารย์พัด เรียนด้านคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาด
  • ครูโล เรียนวิชาคงกระพัน
    ครูรอด เรียนวิชาทำน้ำมนต์
    พระอุปัชฌาย์เฟื่อง วัดหนองอึ่ง เรียนสูตรสนธิและกัมมัฏฐาน
    หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง เรียนวิชาทำตะกรุด
    หลวงพ่อโอภาสี เรียนวิชากสิณไฟ

ในช่วงที่ครูบาอุ่นอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากเป็นพระอาจารย์ที่เข้มขลังในด้านเมตตามหานิยม เมื่อครั้งอยู่ที่วัดปากคลอง ท่านได้สร้างพระเนื้อผงแบบพระวัดปากบาง พระพิมพ์เล็บมือ พระพิมพ์ชินราช พระพิมพ์สมเด็จ และเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกของท่านไว้ เพราะการเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ทำให้มีชาวบ้านเข้าหาท่านไม่ขาดสาย ท่านเห็นว่าโอกาสที่จะ ปฏิบัติธรรมหาความวิเวกทำได้ยาก

ในปี ๒๕๒๐ ท่านจึงได้ออกจากวัดปากคลอง มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ เพื่อที่จะหา สถานที่สงบปฏิบัติธรรมโดยจุดมุ่งหมายของท่านจะมุ่งไปที่ จ.เชียงราย จนกระทั่งได้พบวัดที่มีความสงบและ เป็นวัดที่พุทธบริษัท พระสงฆ์ และชาวบ้านร่วมกันปฏิบัติกัมมัฏฐานวัดนั้นคือ “วัดป่าแดง” ตั้งอยู่ใน หมู่บ้านป่าสักขวาง ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

ท่านได้เข้าพำนักที่วัดป่าแดงตั้งแต่นั้นในฐานะพระลูกวัด เสมือนหลวงตารูปหนึ่ง มีกุฏิหลังเล็กๆ อยู่ด้านหลังโดยไม่แพร่งพรายฐานะอันแท้จริงของท่านให้ใครทราบว่า ท่านเป็นถึงพระครูสัญญาบัตรมาก่อนและมีชื่อเสียงโด่งดัง จากภาคกลางมาแล้ว ต่อมา พระอธิการบุญมี เจ้าอาวาสรูปก่อนมรณภาพ คณะกรรมการวัดและศรัทธาชาวบ้านจึงพร้อมใจกันขอให้ท่านรับตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบมา

ถึงแม้ ครูบาอุ่นท่านจะหลบลี้หนีหน้าญาติโยม เพื่อหาความสงบในการปฏิบัติธรรม จนกระทั่งชื่อเสียงค่อยๆลบเลือนหายไปกับกาลเวลา แต่เพชรก็ยังคงเป็นเพชร ชื่อเสียงของท่านเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง เมื่อศิษย์ของท่านได้ทำ ปฏิทินรูปครูบาอุ่น ขึ้น เพื่อแจกในเทศกาลปีใหม่ ได้เกิดเหตุการณ์บังเอิญขึ้นคือขณะที่ชาวบ้านกำลังเผากองขยะอยู่นั้น ปรากฏว่า มีแผ่นกระดาษไม่ไหม้ไฟอยู่แผ่นหนึ่ง เมื่อไปดูก็ปรากฏว่าเป็น “ปฏิทินรูปครูบาอุ่น”

เมื่อข่าวแพร่ออกไป ชาวบ้านจึงพากันแตกตื่นหาเก็บรูปปฏิทินใส่กรอบบูชากันเป็นการใหญ่ ชาวบ้านต่างพากันมากราบไหว้บูชาท่านจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว ในช่วงที่ครูบาอุ่นมาจำพรรษา ณ วัดป่าแดงนี้ ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้น อาทิ เหรียญรูปเหมือนรุ่น ๒

ครูบาอุ่น มรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อวันที่ ๒๓ ธ.ค.๒๕๔๔ สิริรวมอายุได้ ๗๙ ปี พรรษา ๕๕ ในวันมรณภาพนั้น ได้เกิดเหตุการณ์มหัศจรรย์คือ ขณะที่ศิษยานุศิษย์และแพทย์ได้ช่วยกันตกแต่งสรีระทำความสะอาดร่างและครองผ้าจีวรใหม่ให้กับท่าน ปรากฏว่า ที่ศีรษะของครูบามีรอยนูนเล็กๆ เริ่มจากท้ายทอยและเพิ่มมากขึ้นๆลักษณะเป็นรูปตารางสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนเท่าๆกัน โดยรอยนูนนั้นชัดเจนมาก คล้ายๆกับเศียรพระพุทธรูป อีกทั้งใบหูของท่านก็ยาวขึ้นด้วย เป็นที่ปลื้มปีติแก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมาก

ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๖ ม.ค.๒๕๔๕ อันเป็นวันที่จะประกอบพิธีบรรจุสรีระของครูบาลงในหีบแก้วเหตุการณ์เดิมก็บังเกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ร่างกายของท่านยังอ่อนนุ่มเหมือนคนนอนหลับไปเฉยๆ ไม่แข็งกระด้างเหมือนคนที่เสียชีวิตทั่วไปและไม่มีกลิ่นเหม็น ทั้งๆ ที่มรณภาพมาแล้วถึง ๒๕ วัน เป็นที่ประจักษ์ของชาวบ้านและศิษยานุศิษย์จำนวนมาก

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานครูบาอุ่น อรุโณ บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!