เกจิ 6 แผ่นดิน หลวงปู่ทอง อายุ 105 ปี ผู้แตกฉานด้านวิปัสสนา กรรมฐานเมืองระยอง


สวัสดีจ้าวันนี้เพจ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถด้านที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าหลวงปู่ทอง วัดน้ำคอกใหม่ มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันไเลย

หากกล่าวถึง หลวงปู่ทอง วัดน้ำคอกใหม่ พระผู้เปี่ยมไปด้วยศีลาจารวัตรที่งดงาม ท่านเกิดเมื่อใดไม่มีหลักฐานทราบที่ชัดเจนจากการศึกษาค้นคว้า และจากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่พอที่จะสรุปได้ว่าหลวงปู่ทองเกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๑ ตรงกับปลายรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑)

หลวงปู่ทอง วัดน้ำคอกใหม่

ส่วนประวัติของบิดาและมารดาของท่านเป็นใคร ไม่มีใครทราบ เพียงแต่สันนิษฐานว่า ท่านบรรพชาเป็นสามเณรมาก่อน ต่อมาเมื่ออายุได้ ๒๐ ปีท่านจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๑ ณ พัทธสีมาวัดน้ำคอก ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) หลวงปู่ทองท่านเป็นพระภิกษุที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีความเชี่ยวชาญหลายแขนง มีความรู้แตกฉานในพระวินัยปิฎก มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนา กรรมฐาน สมุนไพร พุทธอาคมต่างๆ และยังมีความชำนาญด้านการแกะสลัก

หลวงปู่ทองท่านเป็นพระสงฆ์ที่เปี่ยมไปด้วยศีลาจารวัตรที่งดงามและมีพุทธอาคมที่เก่งมากองค์หนึ่ง ในยุคก่อนนั้นสมัยเดียวกันกับ หลวงปู่สังข์เฒ่า (เป็นปู่ของหลวงปู่ทิม อิสริโก) สันนิษฐานว่าหลวงปู่ทองได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่สังข์เฒ่าครั้งยังอยู่ในช่วงวัยหนุ่ม ซึ่งหลวงปู่สังข์เฒ่าองค์นี้ท่านเป็นอาจารย์ที่มีอาคมแก้กล้าเป็นที่ประจักษ์ในสมัยนั้น หลวงปู่สังข์เฒ่าท่านปกครองวัดถึง ๓ วัดด้วยกัน คือ วัดละหารใหญ่ วัดละหารไร่ และวัดหวายกรอง เล่าลือกันว่า เมื่อท่าน ถ่ ม น้ำลายลงพื้นพื้นดินจะแยกเป็นรอย แม้แต่ฝนตกหลังคารั่วเมื่อท่านเงยมองฝนก็หยุดตก

ท่านเป็นอาจารย์ของเกจิดังในอดีตของเมืองระยอง คือ พระครูวิจิตรธรรมานุวัตร( หลวงพ่อวงศ์ ธมฺมธีร ) วัดบ้านค่าย พระเทพสิทธิการ ( หลวงพ่ออ่ำ อินทสโร )วัดหนองกระบอก และพระครูวิจารณ์ธัมกิติ(หลวงพ่อหิน ถาวโร) วัดหนองสนม แต่หลวงปู่ทองท่านน่าจะเป็นลูกศิษย์ในยุคแรกๆ ซึ่งต่อมาหลวงพ่อรอดเจ้าอาวาสรูปที่ ๕ ของวัดน้ำคอกเดิมได้มรณภาพลง ญาติโยมจึงได้ลงความเห็นกันว่า ควรจะอาราธนานิมนต์พระภิกษุทอง ซึ่งมีศีลวัตรที่งดงาม น่าเลื่อมใส ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปที่ ๖ ของวัดน้ำคอก เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๗ พรรษาที่ ๑๖ เมื่ออายุ ๓๖ ปี

เมื่อท่านได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสแล้วท่านก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่ า งยอดเยี่ยม แล้วเริ่มทำการปฏิสังขรณ์วัด ทำการก่อสร้างอุโบสถแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๓ แต่ในปัจจุบันได้ถอนพุทธสีมาแล้ว แต่ยังมีหลักฐานของอุโบสถ์หลังนี้อยู่บริเวณใต้ต้นโพธิ์หน้าวิหารหลังเก่า ในวัดน้ำคอกเก่า( คันธวารีธาราม ) และอุโบสถ์หลังนี้ท่านได้แสดงผีมือการแกะสลัก บานประตู หน้าต่าง ด้วยตัวท่านเอง ซึ่งหลักฐานส่วนนี้ได้เก็บไว้ที่วัดน้ำคอกใหม่ (ดอนขุดทอง) ซึ่งมีความงดงาม และทรงคุณค่าทางศิลปะมาก ทางด้านงานประติมา ก ร ร มได้สร้างปูชนียะวัตถุคือ พระพุทธไส ย า สตร์ นอนตะแคงซ้าย(พระนอน) ซึ่งมี ๒ องค์ในจังหวัดระยอง คือ วัดป่าประดู่ ๑ องค์ ที่วัดน้ำคอกเก่า ๑ องค์

ด้านสาธารณะทำการขุดสระขึ้น ๗ สระ ซึ่งได้ทำการประดับอิฐมอญไว้รอบๆ สระด้วย เพื่อเป็นสาธารณูปโภค ปัจจุบันเหลือ ๕ สระ นอกจากนี้หลวงปู่ทองยังได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นในวัด หลวงปู่ทองท่านได้สร้างคุณงามความดี เป็นที่ประจักษ์จน ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ทำหน้าที่ในการอุปสมบทแก่เหล่ากุลบุตร ต่อจากนั้นก็ได้รับแต่งตั้งเป็นพระฐานานุกรมที่ พระวินัยธร (ทอง) มีหน้าที่พิจารณาตัดสินพระอาบัติที่ทำผิดวินัยสงฆ์

มีหลักฐานบางส่วนในพงศาวดารเมืองระยองครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เสด็จประภาสต้นหัวเมืองชายฝั่งตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ซึ่งเมื่อเสด็จถึงเมืองระยองเจ้าเมืองระยองในสมัยนั้น พระ ย า ศรีสมุทรโภคชัยชิตสงคราม จึงได้มีการจัดพิธีรับเสด็จ โดยได้มีการนิมนต์พระเถระจำนวน ๑๕ รูป สวดเจริญพุทธมนต์ ซึ่งปรากฏ มีชื่อ พระทอง เมื่อทำการค้นหาว่ามีชื่อ พระทอง ปรากฏที่วัดใดในจังหวัดระยองในขณะนั้นหรือไม่ ปรากฏว่าไม่พบว่ามี จะมีแต่ปรากฏที่วัดน้ำคอดเดิมแห่งเดียว จึงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็น หลวงปู่ทอง วัดน้ำคอก ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็น พระวินัยธร

หลวงปู่ทองท่านดำรงชีวิตแห่งสมณะโดยยึดมั่นในพระธรรมวินัย จวบจนอายุได้ ๑๐๕ ปี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ๖๙ ปี ดำรงสมณะเพศ ๘๕ พรรษา จึงมรณภาพลงเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ (สมัยรัชกาลที่ ๖) ถือเป็นพระเกจิมหาเถระ ที่มีอายุยืนยาวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์โดยแท้ นี่คืออีกหนึ่งตำนานพระเกจิที่เข้มขลังไปด้วยศีลาจารวัตรแห่งเมืองระยองเป็นที่น่าศึกษาสืบต่อไป

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เพจเรื่องเล่าชาวสยามได้นำมาเล่าต่อของตำนาน หลวงปู่ทอง วัดน้ำคอกใหม่บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!