การลงอาญาวัดพะเนียงแตก จากคำบอกเล่าหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง


สวัสดีจ้าวันนี้เพจ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก ตอนที่ท่านได้รับสมณศักดิ์เป็นที่พระครูโสอุดรมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะแขวงเมืองนครปฐม พระครูโสอุดรก็ดี หลวงพ่อทาก็ดี มีชาวบ้านญาติโยมเรียกอีกนามหนึ่งว่า “ หลวงพ่อเสือ ” หลวงพ่อทา เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่เคร่งครัดมาก มีคนรู้จักนับถือกว้างไกล แม้ที่เมืองสุพรรณบุรีที่พยายามเดินทางมากราบถึงวัดการเดินทางก็มิใช่ว่าจะสะดวกสบาย ลำบากมาก แต่เมื่อตั้งใจมาหาทุกคนจะปลอดภัยเสมอ จากคำบอกเล่าไว้ในประวัติของหลวงพ่อแช่มแห่งวัดตาก้องท่านกล่าวนามหลวงพ่อทาว่า “หลวงพ่อเสือ” ย่อมมีสาเหตุดังจะเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ฟังดังนี้ ในฐานะพระเถระผู้มีความสามารถในการปกครอง ท่านสามารถแสดงบทต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเช่น

หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก
หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก
  • ๑. พวกเสือร้ายที่เที่ยวปล้นสะดมภ์
  • ๒. พวกนักเลงโต นักเลงหัวไม้
  • ๓. พวกขี้เหล้า พวกขี้ยา

พวกร้ายทั้งหมดนี้ล้วนมีความขยาดกลัวความเด็ดขาดของหลวงพ่อทามาก หลวงพ่อทาก็มีอำนาจใน การปกครองโดยผ่านจากคณะสงฆ์ สมัยก่อนมักมีกฎระเบียบที่เรียกว่า “ อาญาวัด ” คือให้อำนาจการปกครองแก่สมภารวัดโดยเด็ดขาด คำว่า “ อาญาวัด “ แม้ในสมัยก่อนราว ๔๕-๕๐ ปีย้อนหลัง วัดวาในต่างจังหวัดมักนิยมจัดงานประจำปีกันเสมอๆ แต่ละปีหรือปีละหลายๆหนเป็นงานใหญ่โตมาก

เมื่อถึงวันงาน ผู้คนจะล้นหลามพากันมาเที่ยวงานดังกล่าว แต่ผู้คนที่มางานนั้นเป็นคนดีก็มี คนเลวร้ายก็มาก พวกนักเลงชอบวิวาทก็มาก พวกขี้เหล้า ขี้ยาก็ไม่น้อย ผู้คนสมัยก่อนจะหาความสนุกสนานรื่นเริงได้ยาก วัดจึงเป็นศูนย์รวมทั้งให้ความรู้ในธรรมะ ให้ความรู้ประดับสติปัญญาแล้วยังต้องให้ความสนุกรื่นเริงประจำทุกปีอีกด้วย

วัดพะเนียงแตก ถือเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งเมื่อมีงาน ผู้คนก็หลั่งไหลมาทั่วทิศมาทางบกก็ได้ มาทางเรือก็เยอะ เอาข้าวปลามาหุงหากินกันเลยทีเดียว ทีนี้พวกเกเรที่มีคู่อริอยู่แล้ว ก็ต้องมาเจอกันที่นี้อย่างแน่นอน เมื่อได้ร่ำสุราพอตึง ๆ ก็เริ่มแสดงเกะกะระรานชาวบ้านที่มาเที่ยวงาน นัยย์ตามองใครไม่เป็นมิตร ชาวบ้านที่มาจากต่างถิ่นเพื่อมาทำบุญ เกิดความรำคาญใจพากันหลบหนีพวกนักเลงโตได้ใจ กลายเป็นงานอวดเก่งของคนพวกนี้

อำนาจสงฆ์หรืออาญาวัด  จากการบอกเล่าของหลวงพ่อแช่มวัดตาก้องซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อทาได้บอกไว้ดังนี้ พวกนักเลงโต ตำบลตาก้อง กับตำบลพะเนียงแตก มักจะยกพวกตีกันเสมอแต่ละคราวมันไม่ได้ฆ่ากันตายหรอก เขาตีกันด้วยไม้ อาจใช้มีดกันบ้าง ใครหนังเหนียวก็รอดไป ใครเปราะก็เลือดตกยางออกเสียเชิงชายอายขนาดทิ้งบางทิ้งตำบลที่ตนอยู่ไปเลยนะ ที่วัดพะเนียงแตก มีงานประจำปีแต่ละคราวใหญ่โตมาก ผู้คนมาเที่ยวมาทำบุญกันเยอะ หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์ทาท่านไม่ขอร้องกำนันและไม่ต้องรบกวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ งานท่านราบรื่นดี ผู้ดูแลรักษาการณ์ก็เป็นตัวของท่านพระอุปัชฌาย์ทาท่านเป็นผู้ตรวจเอง เป็นตำรวจเองท่านเดินตรวจด้วยไม้พลองมันวับเดินรอบวัด

โกสชฺชํ ภยโต ทิสฺวา วิริยารมฺภญฺจ เขมโต อารทฺธวิริยา โหถ เอสา พุทฺธาสาสนี : ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านเป็นภัย และเห็นการปรารภความเพียรเป็นความปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็นพุทธานุศาสนี

หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก

เมื่อมีเหตุการณ์พวกนักเลงเขาเกิดตีกันท่านก็ควงไม้พลองเข้าร่วมวงตะลุมบอนด้วย ท่านหวดซ้ายหวดขวาอย่างว่องไว ท่านตีดะไม่ถือว่าพวกไหนต่อพวกไหน ท่านตีแรง ๆ ตีจริง ๆ เพื่อให้พวกนักเลงเจ็บแล้วเข็ดหราบ ตีจนหัวแตกหัวโน พวกนักเลงรู้ว่าใครร่วมวงด้วยก็ใจฝ่อหลบกันเป็นพัลวัน ก็เจอคนจริงเข้าแล้ว ใครจะหาญกล้า เล่นจนวงไพบูลย์แตกกระเจิงไป ทีนี้พวกร่ำสุรา พอเมาได้ที่ก็เอะอะเกะกะกับชาวบ้านที่มาร่วมงาน ชาวบ้านพากันรำคาญใจเพราะพวกนี้ไม่พูดเปล่า มือไม้มันไปด้วย หลวงพ่อทาเดินมาเห็นเข้าพอดี เข้าไปหวดด้วยไม้พลอง พวกขี้เมาหายเมาเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว กลัวหลวงพ่อจนหายเมา ก็ท่านเอาจริง ๆ ตีไม่ตีเปล่า จับตัวเอาทั้งพวกนักเลงโตแล้วก็พวกขี้เหล้านั้น มาผูกมัดล่ามโซ่ไว้กลางศาลา การลงโทษเช่นนี้ ก็เพื่อให้เข็ดจำและเยี่ยงอย่างที่ไม่ดี และพอหายเมาแล้วหลวงพ่อจึงปล่อยตัวไป

ความจริงหลวงพระอุปัชฌาย์วัดพะเนียงแตก ท่านเป็นพระใจดี มีเมตตาเสมอ หากจะมองทางด้านปฏิบัติต่อพวกนักเลงโต นักเลงเหล้า จะเข้าใจว่า “ หลวงพ่อทาท่านดุ” ความจริงมิใช่อย่างนั้น จิตใจของท่านนับว่าประเสริฐเลิศด้วยปัญญา แต่ท่านต้องดุเพื่อแก้นิสัยของคน คนดื้อรั้น จำเป็นอยู่ดีที่จะต้องทำอะไรรุนแรงไปบ้างทั้งที่ฝืนใจ ความเป็นพระเถระที่ทรงคุณธรรมสูงของหลวงพ่อทา แห่งวัดพะเนียงแตก จนได้รับการยกย่องถวายสมณศักดิ์เป็นพระครูโสอุดร ก็เพราะ

  • ๑. หลวงพ่อทา ท่านมีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัย เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ยืนอยู่แถวหน้าอันดับหนึ่งในจังหวัดนครปฐม มีคุณานุภาพมากมายเป็นที่ประจักษ์ในสมัยนั้น
  • ๒. หลวงพ่อทา เป็นพระสำเร็จจิตขั้นอภิญญาและสมาบัติสูง มีปฏิปทาน่านิยมเลื่อมใส เป็นบุตรพระสมณโคดมโดยแท้
  • ๓. หลวงพ่อทา ท่านมีความสามารถแก่กล้าในทางด้านพุทธาคม ไสยาศาสตร์ต่างๆ เป็นที่นิยมเลื่อมใส เป็นที่สักการบูชาของประชาชนใกล้ – ไกล โดยทั่วไป

ความโด่งดังของท่าน กิติศัพท์หลวงพ่อทาได้ขจรไปไกล มีเจ้านายระดับสูงมีจิตเคารพในคุณธรรมของท่านมาก ในกาลต่อมา ได้รับสมณศักดิ์ที่สำคัญถวายว่า“ พระครูอุตตรการบดี ” จากการที่ท่านได้รับตำแหน่งสูงสุดของ หลวงพ่อทา หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ได้รวมประวัติไว้ดังนี้ ในฐานะเจ้าคณะแขวงเมืองนครปฐม หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์ทาได้เลื่อนสมณศักดิ์ ก็ในสมัยนั้นมีการบูรณะพระปฐมเจดีย์ ขึ้น จำเป็นต้องมีพระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์เป็นผู้รักษาพระปฐมเจดีย์ทั้ง ๔ ทิศ

หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก
หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก

ซึ่งเป็นตำแหน่งแต่งตั้งขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ( ร.๔ ) มีลำดับตำแหน่งคือ

  • ๑. ทิศเหนือ คือ พระครูอุตตรการบดี หรือ พระครูโสอุดร
  • ๒. ทิศตะวันออก คือ พระครูบูรพาทิศรักษา หรือ พระครูปุริมานุรักษ์
  • ๓. ทิศใต้ คือ พระครูทักษิณานุกิจ
  • ๔. ทิศตะวันตก คือ พระครูปัจฉิมทิศบริหาร หรือ พระครูปาจิณทิศ

ในตำแหน่งดังกล่าวมานี้ อุปมาดุจพรหมทั้ง ๔ เป็นผู้อภิบาลองค์พระปฐมเจดีย์ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และตำแหน่งทั้ง ๔ นี้ มีการแต่งตั้งถวายพระเถระที่สำคัญ ๆ มาแต่ครั้งอดีตทั้งสิ้น

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เพจเรื่องเล่าชาวสยามได้นำมาเล่าต่อของตำนานหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!