หลวงพ่อปาล ปาลธัมโม ผู้สำเร็จวิชชานิ้วชี้เพชร ผู้สืบทอดแห่งสำนักวัดเขาอ้อ มรณภาพแล้วแม้แต่สังขารยังไม่ไหม้ในงานฌาปนกิจ


สวัสดีจ้าวันนี้เพจ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่า พระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง พระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เข้มขลังทางวิทยาคุณ ต่อจากท่านพระอาจารย์ทองเฒ่า เจ้าสำนักเขาอ้อ ในประวัติท่านนั้น ไม่ค่อยจะมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรให้อ้างถึงได้มากนัก เนื่องจากท่านเป็นพระที่หนักไปในทางสันโดษ ชอบอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับสังคมภายนอก ประกอบกับการบันทึกหลักฐานในสมัยท่านยังไม่แพร่หลายมากนัก และที่สำคัญตัวท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักฐานทางบ้านเมืองมากนัก กล่าวคือไม่เข้าสู่ระบบการปกครองของคณะสงฆ์ เหมือนกับพระอาจารย์เอียด

พระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม

ได้อาศัยหลักฐานจากคำบอกเล่าของชาวบ้านไกล้วัดที่เคยได้พบเห็นท่านเป็นสำคัญ จากคำบอกเล่าของคุณตามงคล ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติใกล้ชิดกับพ่อท่านปาล ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติพระอาจารย์ปาลมาว่า บรรพบุรุษของพระอาจารย์ปาลเป็นชาวระโนด จังหวัดสงขลา ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่บริเวณบ้านเขาอ้อ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าพระอาจารย์ปาลท่านมาเกิดที่เขาอ้อ หรือเกิดที่ระโนดแล้วอพยพตามครอบครัวมา แต่ว่าแม้จะเกิดที่ระโนด ก็คงจะมาตั้งแต่เล็กๆ อย่างน้อยก็ก่อนจะเข้าโรงเรียน

พระอาจารย์ปาลเป็นญาติกับพระอาจารย์ทองเฒ่า ส่วนจะเป็นญาติใกล้ชิดกันแค่ไหนก็ไม่สามารถระบุได้ แต่ก็เข้าใจว่าใกล้ชิดกันพอสมควร เพราะพระอาจารย์ทองเฒ่าก็มีพื้นเพเดิมเป็นชาวระโนดเช่นกัน ครอบครัวของพระอาจารย์ปาลคงจะใกล้ชิดและเคารพนับถือพระอาจารย์ทองเฒ่ามาก ด้วยเหตุนี้เมื่อพระอาจารย์ปาลมีอายุพอที่จะเรียนหนังสือได้ พ่อแม่จึงได้พาไปฝากให้อยู่ศึกษาเล่าเรียนในสำนักวัดเขาอ้อ ซึ่งสมัยนั้นเป็นสำนักใหญ่และสำคัญที่สุดในละแวกนั้น มีลูกศิษย์มากมาย

ผู้เฒ่าท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า พระอาจารย์ปาลเป็นคนเรียนเก่ง แต่ค่อนข้างจะดื้อ มีอุปนิสัยรักสนุก ร่าเริง เป็นนักเสียสละตัวยง เป็นที่รักใคร่ของศิษย์ร่วมสำนักทุกรูปทุกคน ท่านถึงกับเคยรับโทษแทนเพื่อนหลายครั้ง พระอาจารย์ปาลเรียนอยู่ในสำนักวัดเขาอ้อนานจนมีวัยพอที่จะบวชเรียนได้ พระอาจารย์ทองเฒ่าจึงได้จัดการให้บวชเป็นสามเณรแล้วให้อยู่ศึกษาพระธรรมและวิทยาคมต่างๆ อยู่ในสำนักเขาอ้อ

พระอาจารย์ปาลบวชตั้งแต่สามเณรจนกระทั่งได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเขาอ้อ โดยมีพระอาจารย์ทองเฒ่าเป็นพระอุปัชฌาย์ให้ อุปสมบทแล้วก็ศึกษาเล่าเรียนเพิ่มเติมและช่วยพระอาจารย์ทองเฒ่าอยู่ที่สำนักเขาอ้อต่อไป จนกระทั่งพระอาจารย์ทองเฒ่าคัดเลือกให้เป็นทายาทเจ้าสำนักถ่ายทอดวิชาสำคัญๆให้จนหมดสิ้น ต่อมาเมื่อพระอาจารย์ทองเฒ่ามรณภาพลง ในฐานะทายาทเจ้าสำนัก และเป็นพระที่มีพรรษาอาวุโสที่สุด พระอาจารย์ปาลจึงขึ้นเป็นเจ้าสำนักสืบทอดต่อ ทำหน้าที่ต่างๆต่อจากพระอาจารย์ทองเฒ่า

ภายหลังการมรณภาพของพระอาจารย์ทองเฒ่า จึงมีศิษย์ของสำนักวัดเขาอ้อที่มีชื่อเสียงโด่งดังพร้อมกันสองรูป คือ พระอาจารย์เอียด เจ้าอาวาสวัดดอนศาลา ในฐานะศิษย์เอกคนโต และพระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม เจ้าสำนักเขาอ้อ แต่เจ้าสำนักทั้งสองต่างเคารพรักใคร่กันมาก ไปมาหาสู่กันไม่ได้ขาด พระอาจารย์เอียด แม้จะมีภาระใหญ่อยู่ที่วัดดอนศาลา แต่ก็ไม่ทอดทิ้งวัดเขาอ้อ เพราะตระหนักอยู่เสมอว่าเป็นสำนักที่ให้วิชาความรู้ เป็นบ้านที่ท่านเติบโตขึ้นมา ฉะนั้นเมื่อไม่มีพระอาจารย์ทองเฒ่า ก็จะต้องไปดูแลช่วยเหลือพระอาจารย์ปาลทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพราะโดยส่วนตัวพระอาจารย์เอียดรักใคร่เมตตาศิษย์น้องรูปนี้มาก เคยใกล้ชิดสนิทสนมกันเมื่อคราวอยู่ร่วมสำนักที่เขาอ้อ ในสายตาพระอาจารย์เอียด พระอาจารย์ปาลคือศิษย์น้องหัวดื้อ แต่เคารพรักศิษย์พี่อย่างท่านมาก

พระอาจารย์ปาลอยู่ที่วัดเขาอ้อจนกระทั่งชราภาพมากเข้า ในวาระบั้นปลายของท่าน วัดเขาอ้อเข้าสู่ภาวะซบเซา พระภิกษุสามเณรในวัดมีน้อย ในขณะเดียวกันวัดดอนศาลากลับคึกคักขึ้นมาแทน เมื่อท่านชราภาพจนช่วยเหลือตนเองไม่ค่อยสะดวก ศิษย์รูปหนึ่งของท่าน คือพระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร รองเจ้าอาวาสวัดดอนศาลา ได้นำท่านมาอยู่ที่วัดดอนศาลา เพื่อจะดูแลปรนนิบัติรับใช้ได้สะดวกกว่า

พระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม

พระอาจารย์ปาลอยู่ที่วัดดอนศาลาหลายปี จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะเกือบจะสุดท้ายแห่งชีวิต ท่านทราบวาระของตัวเอง จึงขอให้ศิษย์นำกลับไปที่วัดเขาอ้ออีกครั้ง เพื่อที่จะกลับไปมรณภาพที่สำนักวัดเขาอ้อ เหมือนกับเจ้าสำนักรูปก่อนๆ คณะศิษย์เห็นใจ สนองตอบความต้องการของท่าน นำท่านกลับไปอยู่ที่วัดเขาอ้อ พระอาจารย์ปาลกลับไปอยู่ที่วัดเขาอ้อในสภาพอาพาธหนักด้วยโรคชราไม่ถึงสองเดือน ก็ถึงแก่มรณภาพ

ในเรื่องการสำเร็จวิชานิ้วชี้เพชรของท่านอาจารย์ปาล ในกระบวนวิชาสำคัญๆระดับหัวกะทิที่บุคคลระดับเจ้าสำนักถึงจะได้เรียนนั้น มีวิชานิ้วชี้เพชรเป็นวิชาหนึ่งที่น่าสนใจ เล่ากันว่าใครสำเร็จวิชานี้ นิ้วชี้ด้านขวาจะแข็งเป็นหิน มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ใช้ชี้อะไรก็สามารถกำหนดให้เป็นให้ตายได้ ผู้ที่สำเร็จวิชามรณภาพแล้ว แม้สังขารถูกเผาไฟไหม้ส่วนต่างๆได้หมด แต่นิ้วชี้เพชรจะไม่ถูกไฟไหม้ เพราะเหตุนี้ นิ้วของเจ้าสำนักวัดเขาอ้อจึงถูกเก็บไว้ เท่าที่มีผู้คนเคยเห็น ก็มีนิ้วชี้ของท่านพระอาจารย์ทองเฒ่าซึ่งเก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านสวน วัดสาขาสำคัญอีกวัดหนึ่งของวัดเขาอ้อ

สันนิษฐานสาเหตุที่ไปอยู่ที่นั้น ก็เพราะพระอาจารย์คงนำไป คือเข้าใจว่านิ้วชี้เพชรของท่านอาจารย์ทองเฒ่านั้น ภายหลังจากเผาไม่ไหม้ พระอาจารย์เอียดหรือไม่ก็พระอาจารย์ปาลเก็บรักษาไว้ เมื่อพระอาจารย์ปาลมรณภาพ พระอาจารย์คงในฐานะศิษย์ผู้รับมรดกหลายอย่างของพระอาจารย์เอียด ก็ได้รับนิ้วชี้เพชรนั้นไปเก็บรักษาต่อ นิ้วชี้เพชรของปรมาจารย์ทองเฒ่า เคยตั้งให้คนทั่วไปชมอยู่ที่วัดบ้านสวน แต่เมื่อท่านอาจารย์คงมรณภาพก็ถูกเก็บเงียบระยะหนึ่ง แต่ก็มีผู้ยืนยันว่ายังอยู่ที่วัดบ้านสวน แต่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึกได้ระบุข้อมูลไว้ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับท่านไว้ว่า งานพระราชทานเพลิงศพพระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม นั้น อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ บอกว่า มีผู้คนหลั่งไหลมามากมาย รวมไปถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และลูกศิษย์ผู้มีชื่อเสียงอย่าง ท่านอาจารย์ขุนพันธรักษ์ราชเดชก็เดินทางมาร่วมงานศพด้วย

แต่เหตุการณ์สำคัญที่สุดในวันเผาศพพระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม คือ ร่างของท่านเผาไม่ไหม้ ซึ่งภาษาปักษ์ใต้เรียกกันว่า “เผาไม่กิน” คือ ไฟไม่สามารถทำอะไรร่างของท่านได้เลยแม้แต่น้อย แม้ว่าบรรดาลูกศิษย์ผู้เรืองเวททั้งหลาย ทั้งขุนพันธรักษ์ราชเดชและคนอื่นๆ ที่รู้เคล็ดวิชาไสยศาสตร์เชี่ยวชาญช่ำชองทั้งหมด ต่างช่วยกันทุกวิถีทาง จุดไฟครั้งแล้วครั้งเล่า ราดน้ำมันเติมเพิ่มเข้าไปสุมฟืนเร่งฟอนไฟให้ลุกโหม แต่กายสังขารของพระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม ก็ยังเหมือนเดิมคือ อยู่ในท่านั่งสมาธิ เผาไม่กิน

พระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม

เพราะเหตุใด พระเกจิหรือแม้แต่ปรมาจารย์เขาอ้อ ถึงเผาไฟไม่ไหม้พ่อครูเปลี่ยนบอก ก็ตอบไม่ได้ อาจจะเพราะความเข้มขลัง ศักดิ์สิทธิ์ของท่านหรือเพราะเหตุใด? ก็ยากจะกล่าวสรุปลงไปง่ายๆ เอาเป็นว่า มันเป็นเหตุปัจจัตตัง ที่ต้องรับรู้กันเอาเอง คิดกันเอาเอง ส่วนนิ้วชี้เพชรของพระอาจารย์ปาลนั้นมีผู้ยืนยันว่าเก็บรักษาไว้ที่วัดเขาอ้อ แต่ในปัจจุบันไม่ทราบว่ายังอยู่หรือเปล่า เพราะข้าวของสำคัญๆ ของวัดหลายอย่างได้สูญหายไปภาพหลังท่านมรณภาพไป

ในเพจศิษย์สายวัดสะพานสูง ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า วิชานิ้วเพชรเขาอ้อเป็นวิชาลับ ผู้ที่จะเรียนได้ต้องเป็นพระภิกษุสงฆ์เท่านั้น แล้วยังต้องเป็นเจ้าสำนักอีกด้วย ทางสายเขาอ้อที่อยู่พัทลุงที่สามารถสืบทราบได้มี พระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ พระอาจารย์เอียด วัดดอนศาลา พระอาจารย์ปาล วัดเขาอ้อ พระอาจารย์คง วัดบ้านสวน เหตุที่ทราบว่าท่านเหล่านี้สำเร็จวิชานิ้วเพชร เพราะเมื่อท่านสิ้นแล้วได้ทำการปลงศพ นิ้วชี้องคุลีแรกจะไม่ไหม้ไฟ แล้วจะกลายเป็นพระภควัมบดี ดังข้อเขียนอาจารย์ขุนพันธ์ที่เขียนเรื่องอาจารย์เอียด ว่าเมื่อสมัยท่านมีชีวิตอยู่ ท่่านจะไม่ใช้นิ้วชี้มือขวาชี้ใคร เวลาจะใช้ใครหยิบสิ่งของที่อยู่ข้างขวาท่าน ถ้าเป็นผู้ใหญ่ท่านจะใช้ปากบุ้ยใบ้เอา

แต่ถ้าเป็นเด็กท่านจะใช้เท้าชี้เอา เป็นที่สงสัยแก่ศิษย์ทั่วไป มาถึงบางอ้อตอนปลงศพท่าน นิ้วชี้ข้อแรกไม่ไหม้ไฟ และกลายเป็นพระปิดตา พระอาจารย์คงนำไปเก็บรักษาไว้ ต่อไปจะเล่าถึงหลวงพ่อแดง พุทโธ ท่านก็เป็นศิษย์ทางสายเขาอ้อเหมือนกัน และสำเร็จวิชานิ้วเพชร องค์นี้ใช้นิ้วเพชรแสดงฤทธิ์เยอะ แต่ไม่ได้ชี้ให้คนมีอันเป็นไป แต่กลับไปชี้รักษาโรคภัย มีครั้งหนึ่งมีคนไปลองดี จมูกของเค้าบวม ไปพูดแบบอวดดีว่าถ้านิ้วเพชรท่านศักดิ์สิทธิ์ลองชี้ให้จมูกหายบวมที ท่านก็ไม่ถือสาใช้นิ้วชี้ไปที่จมูกคนนั้น พักเดียวจมูกก็ยุบหายเป็นปรกติ อีกครั้งหนึ่งชาวบ้านไปลากต้นตะเคียนขึ้นจากน้ำ ลากยังไงก็ลากไม่ขึ้น ท่านเอานิ้วชี้ไปต้นตะเคียน ปรากฏว่าคราวนี้ลากขึ้นอย่างสบาย นับว่าหลวงพ่อแดง พุทโธมีอิทธิฤทธิ์มาก สมแล้วที่เป็นศิษย์สายเขาอ้อ

ขอบคุณเนื้อหาจาก เว็บพลังจิต,คมชัดลึก,ศิษย์สายวัดสะพานสูง

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เพจเรื่องเล่าชาวสยามได้นำมาเล่าต่อของตำนานพระอาจารย์ปาล ปาลธัมโม บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!