ท่องให้ได้ตามนี้ คาถาเรียกเงินเรียกทอง ท้าวมหาพรหม หลวงพ่อบ๋าวเอิง”ใช้มือกวักไปทั้ง ๔ ทิศ”


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าหลวงพ่อบ๋าวเอิง วัดญวนสะพานขาว มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง หลวงพ่อบ๋าวเอิง วัดญวนสะพานขาว องสรภาณมธุรส (หลวงพ่อบ๋าวเอิง) อดีตเจ้าอาวาส วัดสมณานัมบริหาร หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “วัดญวนสะพานขาว” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันของคนทั่วไปในฐานะที่ท่านเป็นพระสงฆ์ญวน สังกัดอนัมนิกาย ที่มีการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามหลักพระพุทธศาสนา

หลวงพ่อบ๋าวเอิง วัดญวนสะพานขาว

ความเมตตาของท่านนอกจากการให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บแล้ว สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในยุคสมัยนั้นคือ “การอัญเชิญวิญญาณ” และ “การติดต่อสื่อสารกับสิ่งเร้นลับ” เช่น เทพ เทวดา วิญญาณของนักบวชที่ล่วงลับไปแล้ว ฯลฯ หลวงพ่อบ๋าวเอิง ท่านเป็นพระที่ได้รับการยอมรับของลูกศิษย์และคนทั่วไปว่ามีความสามารถในการเชิญวิญญาณ ซึ่งท่านเคยเล่าให้ฟังว่าตัวท่านเองมีความสนใจในเรื่องของจิตและวิญญาณ ท่านจึงได้เริ่มค้นคว้าและทดสอบอยู่หลายปี จนท่านสามารถเชิญวิญญาณลงมาประทับบนร่างทรงได้

ท่านอธิบายว่าการประทับทรงนี้เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถติดต่อกับวิญญาณได้โดยตรงและเป็นวิธีการแต่เพียงอย่างเดียวที่ทำให้เราเห็นปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณได้ชัดเจนกว่าวิธีการในแบบอื่นๆ

หลวงพ่อบ๋าวเอิง ท่านมักจะถ่อมตนเสมอว่าท่านเองเป็นเพียงนักปฏิบัติและชอบศึกษาค้นคว้าหาความจริงตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ในฐานะที่ท่านเป็นพุทธบุตรของพระพุทธเจ้าในลัทธิ..“มหายานแห่งอนัมนิกาย ท่านได้ใช้หลักที่ว่า “เชื่อเป็นแม่บทแห่งความสำเร็จ” สำหรับเป็นหลักในการปฏิบัติ และท่านก็เชื่อต่ออีกว่ามนุษย์เราทุกคนล้วนตกอยู่ในอำนาจสามประการคือ “กิเลส กรรม และวิบาก” ด้วยหลักที่ว่าเมื่อชีวิตและร่างกายแตกดับแล้ว จิตวิญญาณย่อมเกิดสืบภพชาติต่อไปอีก อดีตวิญญาณของคนเราต้องมีแน่ ซึ่งสิ่งนั้นเองเป็นมูลเหตุให้ท่านมีความคิดที่ว่า “การติดต่อกับวิญญาณ” สามารถกระทำได้

สทฺเธน จ เปสเลน จ ปญฺญวตา พหุสฺสุเตน จ สขิตํ หิ กรยฺย ปณฺฑิโต. ภทฺโท สปฺปุริเสหิ สงฺคโม : บัณฑิต พึงทำความเป็นเพื่อนกับคนที่ศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก มีปัญญาและเป็นพหุสูต , เพราะการสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ.

ท้าวมหาพรหม

อาตมภาพ(องสารภารมธุรส)ได้ทูลขอพระคาถาต่อสมเด็จท้าวมหาพรหมสหัมปติที่จะให้ญาติโยมทั้งหลายใช้สวดภาวนาเพื่อความสุขความเจริญต่อไป พระองค์จึงได้ประทานพระคาถาเรียกเงินเรียกทอง เป็นการอนุเคราะห์แก่ญาติโยมดังนี้

  • โอม พุทธะโธ ธัมมะโม สังฆะโฆ ให้มือข้าโต เรียกเงินได้เงิน เรียกทองได้ทอง
  • ยะมาหายะ ยะมาหายัง นะนะนะโม

เงินทองพอประมาณ กวักเงินได้เงิน กวักทองได้ทอง กับได้ประทานพระดำรัสอธิบายวิธีใช้พระคาถาดังนี้ เวลาก่อนนอนให้ภาวนา ๓ ครั้ง หรือ ๙ ครั้ง แล้วใช้มือกวักไปทั้ง ๔ ทิศ ภาวนาเรียกเงินเรียกทอง เมื่อจะออกจากบ้านไปทำธุระ ให้ภาวนาคาถานี้ ๓ ครั้ง แล้วยกมืออธิษฐานชื่อท่าน จตุระเทวา นึกตามที่จะปรารถนา ผู้ใดปฏิบัติได้ดังนี้ จะได้สมมโนรถของตน ญาติโยมทั้งหลายที่ได้รับพระคาถานี้ไปสวดภาวนาปรากฏว่า ได้รับความสุขความเจริญโดยทั่วกัน

ขอบคุณที่มา หนังสือ พรหมลิขิต โดย องสารภารมธุรส (หลวงพ่อบ๋าวเอิง )วัดสมณานัมบริหาร/คาถาครูพักลักจำล

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เพจเรื่องเล่าชาวสยามได้นำมาเล่าต่อของตำนานหลวงพ่อบ๋าวเอิง วัดญวนสะพานขาว บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!