ขวัญกำลังใจแห่งเมืองอุบล หลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง พระเกจิยุคเก่าผู้มีตบะบารมีแก่กล้าแห่งชาวริมแม่น้ำโขง


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าหลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง พระครูวิโรจน์รัตโนบล (รอด) วัดทุ่งศรีเมือง ตำบลในเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๓๙๘ เมื่อวัยเด็กท่านได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่สำนักราชบรรเทา โดยได้ศึกษาอักษรลาว อักษรไทย อักษรขอม จนอ่านออกเขียนได้ ตัวท่านเป็นคนสุภาพเรียบร้อยไม่ชอบทำบาปมาตั้งแต่เด็กๆ จนท่านอายุได้ ๒๔ ปี ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๒๑ ท่านจึงได้อุปสมบท ณ วัดป่าน้อย (วัดมณีวนาราม) โดยท่านอธิการจันลา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ดำ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ดีเป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง

 

ท่านได้รับการศึกษาเบื้องต้น คือ การเรียนอักษรขอม อักษรไทยน้อย หนังสือไทย การคิดเลขจากท่านราชบรรเทา เมื่ออึปสมบทแล้วท่านได้ศึกษาเรียนท่องบทสาธนายสวดมนต์น้อย สวดมนต์กลาง อันมี เจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน พระปาฏิโมกข์ สัททสังคหสูตร มูลกัจจายน์จนจบและเรียนวิชาช่างศิลป์ (ช่างปั้น เขียน แกะสลัก) อีกด้วย พระอุปัชฌาย์เห็นว่าท่านมีความรู้ดีจึงส่งท่านไปอยู่ที่วัดทุ่งศรีเมือง ท่านก็ได้ปฏิบัติเคร่งครัดต่อพระธรรมวินัย ขยันเอางานเอาการ ต่อมาท่านเจ้าอาวาส วัดทุ่งศรีเมืองว่างลง ทางการจึงตั้งให้ท่านเป็นเจ้าอาวาสปกครอง วัดทุ่งศรีเมืองต่อมา

ครั้นถึงปี พ.ศ. ๒๔๓๔ ท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะแขวง อำเภอม่วงสามสิบ และต่อมาท่านก็ได้เป็นพระครูอุดรพิทักษ์คณะเดช ท่านเป็นเจ้าคณะอำเภออยู่ ๑๒ ปี ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ในปี พ.ศ. ๒๔๔๖ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี พอถึงปี พ.ศ. ๒๔๔๗ ท่านก็ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูวิโรจน์รัตโนบล

หลวงปู่รอดท่านเป็นพระที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนในเรื่องต่างๆ เสมอมาด้วยความเต็มอกเต็มใจ จึงเป็นที่เคารพเลื่อมใสของบรรพชิตและคฤหัสถ์โดยทั่วไปทั้งเมืองอุบลฯ และเมืองใกล้เคียง หลวงปู่รอดท่านเป็นผู้นำสาธุชนเข้ายึดพระรัตนตรัยด้วยการอบรมให้เล่าเรียน ธรรมปฏิบัติ ทำให้คนชั่วกลับตัวมาเป็นคนดีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเวลาท่านดำริจะทำอะไรเป็นต้องสำเร็จ ท่านได้นำประชาชนบูรณะก่อสร้างถาวรวัตถุไว้หลายแห่งในเขตปกครองของท่าน ที่สำคัญที่สุดก็คือการบูรณะพระธาตุพนมอันเป็นพุทธเจดีย์ที่ศักดิ์สิทธิ์

อุจฺฉินฺท สิเนหมตฺตโน กุมุทํ สารทิกํว ปาณินา สนฺติมคฺคเมว พฺรูหย นิพฺพานํ สุคเตน เทสิตํ. : จงเด็ดเยื่อใยของตนเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง จงเพิ่มพูนทางสงบ ( ให้ถึง ) พระนิพพานที่พระสุคตแสดงแล้ว.

หลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง

กล่าวคือในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ พระอุปัชฌาย์มหาโชติ วัดบูรพา เมืองอุบลฯ พร้อมทั้งพระอาจารย์มั่น ภูริทัต พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล กับคณะเดินธุดงค์มาพักจำพรรษาอยู่บริเวณพระธาตุพนม ท่านอาจารย์ทั้ง ๓ ท่านเห็นว่าองค์พระธาตุหมองคล้ำคร่ำคร่า ควรจะทำการบูรณะให้สวยงาม ก็เห็นพ้องกันว่ามีแต่ พระครูอุดรพิทักษ์คณเดช (หลวงปู่รอด) แห่งวัดทุ่งศรีเมืองเท่านั้น ที่จะมีความสามารถบูรณะได้สำเร็จ จึงได้เรียกหัวหน้าญาติโยมชาวพระธาตุพนมมาแนะนำให้ไปนิมนต์หลวงปู่รอดมา เพื่อทำการบูรณปฏิสังขรณ์ ชาวบ้านจึงได้นำหนังสือของพระอาจารย์ทั้งสามไปนิมนต์หลวงปู่รอด ท่านก็ได้รับปากและมาช่วยบูรณะองค์พระธาตุพนมได้สำเร็จ โดยมีชาวบ้านและชาวลาวหลั่งไหลกันมาทั่วสารทิศ มาช่วยกันทำงานประมาณ ๒ เดือนก็สำเร็จและมีการฉลองเป็นงานใหญ่ นับว่าเป็นงานปฏิสังขรณ์ชิ้นสำคัญที่ต้องจดจารึกไว้

ในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในอินโดจีน จนเกิดเป็น “ สงครามอินโดจีน ” กองทหารได้บุกเข้ายึดนครจำปาศักดิ์ ประเทศลาว โดยตั้งฐานบัญชาการอยู่ที่อุบลราชธานี พ.ต.อ.พระกล้ากลางสมรภูมิ ข้าหลวงประจำจังหวัดอุบลฯ ขณะนั้นได้นิมนต์ท่านพระครูวิโรจน์รัตโนบล เป็นผู้ประสาทพรแก่ทหารเพื่อความปลอดภัย และขุนบุรัสการบดีผู้แทนราษฎรสมัยนั้น ได้นำเอารูปถ่ายของท่านพระครูวิโรจน์รัตโนบลไปทำเป็นเหรียญแจกจ่ายแก่ทหาร ปรากฏว่าทหารรุ่นนั้น ปลอดภัยเป็นส่วนใหญ่ เหรียญรุ่นนั้นได้ปรากฏความขลังจึงเป็นที่ต้องการแพร่หลายในปัจจุบัน เกียรติคุณด้านวิทยาคมที่โด่งดังก็คือ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่กล่าวได้ว่า สามารถกำราบพวกภูมิผีต่างๆ เช่น ผีปอบ โดยมีลูกศิษย์ท่านหลายคนกล่าวว่า เพียงได้ยินชื่อท่านเท่านั้น พวกผีทั้งหลายก็เผ่นหนีแล้ว จึงไม่แปลกใจเลยว่า หลวงปู่พระครูวิโรจน์รัตโนบล จึงเป็นที่เคารพศรัทธาของสาธุชนโดยทั่วไป

หลวงปู่รอดท่านมรณภาพอย่างสงบในวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๕ สิริอายุได้ ๘๘ ปี พรรษาที่ ๖๔โดยท่านเป็นเจ้าคณะปกครองพระสงฆ์อยู่ ๓๗ พรรษา คือเป็นเจ้าคณะอำเภออยู่ ๑๓พรรษา เป็นเจ้าคณะจังหวัด ๒๔ พรรษา

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เพจเรื่องเล่าชาวสยามได้นำมาเล่าต่อของตำนานหลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *