“น้ำพุ” จากเรื่องจริงของเด็กหนุ่มวัยรุ่น ถูกถ่ายทอดสู่แผ่นฟิลม์และปลายปากกาของแม่ผู้เล่าสะท้อนเบื้องหลังของความผิดพลาด


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าบทเรียนชีวิตน้ำพุ มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง “น้ำพุ” หรือ วงศ์เมือง นันทขว้าง เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ชื่อ เป็นบุตรชายคนเดียวของคุณสุวรรณี สุคนธา กับ ทวี นันทขว้าง มีบุตรทั้งหมดสี่คน ต่อมาได้หย่าจากสามีแล้วมาร่วมชีวิตกับนายศิริสวัสดิ์ พันธุมสุต “น้ำพุ” เป็นชื่อที่เรียกกันเล่น ๆ ในครอบครัวเลยเรียกติดปากมาจนน้ำพุโตเป็นหนุ่ม น้ำพุจบชั้นมัธยมที่โรงเรียนศรีวิกรม์ และจากนั้นได้ไปเรียนที่เชียงใหม่ปีหนึ่ง ที่ไปเรียนก็เพราะน้ำพุตามใจแม่ เมื่อเห็นว่าควรจะเรียนดีกว่า น้ำพุก็ไปตามคำแม่ เมื่อไปเรียนจึงรู้ว่าน้ำพุไม่ได้ชอบวิชาที่เรียนเลย ชอบแต่ศิลปะมากกว่า จึงได้ขอแม่มาเรียนศิลปะ ก่อนการเปิดเรียนในปีนั้นน้ำพุได้บวชเณรอยู่เดือนหนึ่ง เมื่อเปิดภาคเรียนแล้ว จึงสึกออกมาเรียนต่อ ระหว่างนั้นน้ำพุอยู่ในความอุปการะของป้า

สุวรรณี สุคนธา

ระหว่างปีสุดท้ายของภาคการเรียน น้ำพุเริ่มคบเพื่อนแปลกหน้า พาเข้าบ้านให้แม่เดือดร้อนใจ เริ่มทำความรู้จักกับเหล้าแห้ง กัญชา สารที่ออกฤทธิ์ต่อประสาทชนิดต่างๆ จากนั้นน้ำพุก็เปลี่ยนใช้ของที่แรงขึ้นจนกระทั่งถึงผง เมื่อมาสารภาพว่าติดแล้วนั้น น้ำพุกำลังเตรียมตัวจะไปอดที่ถ้ำเขากระบอก มาขอเงินแม่สามร้อยบาท ครั้งแรกตั้งใจจะไปโดยไม่บอก แต่หาเงินเท่าไรก็ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมาสารภาพ ระหว่างนั้นตัวข้าพเจ้าเองต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด จึงไม่อาจจะไปดูแลน้ำพุที่ถ้ำเขากระบอกได้ เมื่อกลับมาน้ำพุสดใสขึ้นมาก ทำให้ครอบครัวมีความหวังว่าน้ำพุคงจะดีขึ้น มีคนถามข้าพเจ้าเสมอ หลังจากที่น้ำพุได้สิ้นชีวิตแล้วว่า “เลี้ยงลูกยังไงถึงได้ปล่อยให้ติดผงขาว”

ทำให้ต้องนิ่ง และไม่อาจจะหาคำตอบได้ แต่ถ้าจะให้ตอบจริงๆแล้ว ก็จะต้องโทษตัวเองว่า “เลี้ยงลูกไม่เป็น” และเมื่อเหตุไรที่ลูกชายสิ้นชีวิตไปเพราะสารออกฤทธิ์ต่อประสาท จึงนำเอามาเปิดเผย เพราะไม่ใช่เรื่องที่ดี น่าจะปิดเป็นความลับไว้มากกว่าคำตอบตรงบรรทัดนี้มีอยู่ว่า เพราะไม่อยากให้ลูกของคนอื่นๆ ต้องจบชีวิตไปเพราะสารออกฤทธิ์ต่อประสาทอีก ถ้าเรื่องของน้ำพุจะเป็นประโยชน์ต่อลูกของใครอื่นได้ ข้าพเจ้าก็จะยินดีอย่างยิ่ง และจะไม่ขออะไรอื่นนอกจากผลกุศลที่ได้เกิดจากสิ่งที่ทำไปแล้วนี้ ขอให้น้ำพุจงไปมีความสุขในโลกใหม่ หรือที่ใดก็ตามที่น้ำพุขึ้น ไปอยู่ เมื่อน้ำพุกลับมาแล้วก็ตั้งใจเรียนดีขึ้น หลังจากที่ได้เสียเวลาไปถึงสองปี ปีแรกที่เชียงใหม่ และปีที่สองไม่ได้สอบที่โรงเรียนช่างศิลป์ เพราะต้องเข้าโรงพยาบาลถึงเดือนครึ่งเนื่องด้วยไวรัสลงตับ เวลาเรียนมีไม่พอสอบ

วันสุดท้ายที่ได้พบลูกนั้น เป็นคืนวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ตอนเย็นลูกไปหาที่โรงพิมพ์ พาสาวน้อยหน้าตาจุ๋มจิ๋มไปด้วย และบอกว่าขอเงินไปเอากางเกงนักเรียน ได้หยิบเงินให้ไปและสั่งว่าอย่ากลับค่ำ น้ำพุก็รับคำเป็นอันดี เมื่อไปถึงบ้านนั้นประมาณสามทุ่ม น้ำพุมาเปิดประตูรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ใครจะรู้ว่านั่นเป็นการเปิดประตูครั้งสุดท้ายของลูก จากนั้นน้ำพุก็เอารูปมาอวดและบอกว่า “ตั้งแต่เกิดมาน้ำพุยังไม่เคยเขียนรูปได้ดีเท่านี้เลยแม่”

น สุทฺธิ เสจเนน อตฺถิ นปิ เกวลี พฺราหฺมโณ น เจว ขนฺติ โสรจฺจํ นปิ โส ปรินิพฺพุโต :  ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มี เพราะการชำระล้าง ( ด้วยน้ำ )

จากชีวิตจริงถูกถ่ายทอดสู่แผ่นฟิล์ม

ข้าพเจ้ารับมาดูและชมด้วยใจจริงว่า ดูดีนี่ แต่ทำไมไม่ใช้ดินสอดำ “น้ำพุไม่ชอบสีดำ”ข้าพเจ้าขึ้นนอน ยังนอนไม่หลับ ลูกสาวคนโตก็กลับ เธอมีงานที่มหาวิทยาลัยจึงกลับล่าไปมาก น้ำพุออกไปช่วยพี่สาวขนของ มีรูปซึ่งเป็นภาพพิมพ์ และกล่องผ้าเช็ดหน้าที่ทำขายในงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งน้ำพุสนใจมาก เลิกเรียนแล้วก็ไปนั่งดูว่าพี่สาวจะขายผ้าเช็ดหน้าได้สักเท่าไร จะขาดทุนหรือได้กำไร

“พี่กบ วันนี้ขายได้เท่าไร” น้ำพุถาม… โผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำก่อนที่จะออกไปช่วยพี่สาวขนของลงจากรถ

เราเอารูปภาพพิมพ์ที่ได้มาจากเพื่อนๆ ของลูก ไปลองติดตามห้องต่างๆ น้ำพุลองติดห้องของพี่ของน้อง เดินไปทั่วบ้านราวกับจะสั่งลา ท้ายสุดนั้นข้าพเจ้าและลูกอีกสองคนเดินลงมาชั้นล่าง…ก็ที่ห้องน้ำพุนั่นแหละ ไม่ทราบว่าลงมาทำไมเหมือนกันทั้งที่ดึกมากแล้ว น้ำพุยังไม่นอน บอกว่าจะทำการบ้าน และพูดกับข้าพเจ้าเป็นคำสุดท้ายว่า

“แม่ น้ำพุจะซื้อสีน้ำมัน แม่ซื้อให้พุนะ จะเอามาเขียนรูปติดห้อง แม่ว่าพุเขียนได้ไหม “ได้ซิ” แล้วข้าพเจ้าก็ออกมาจากห้องลูก ขึ้นนอน น่าแปลกที่นอนไม่หลับเลย จนเกือบจะรุ่งสางจึงหลับไปได้นิดหนึ่ง รู้สึกได้ยินเสียงเหมือนอะไรล้มอยู่ข้างล่าง แต่ก็แว่วๆ เต็มที มานึกได้ทีหลังเสียอีกด้วย

หนุ่ย อำพล รับบทเป็น น้ำพุ

ก่อนเข้าบ้านในวันนั้น น้ำพุโทรศัพท์ไปหาอ๊อด เพื่อนสนิท ชวนมานอนบ้าน แต่อ๊อดไม่มาคนใช้ไปปลุกข้าพเจ้าตอนเช้ามืดให้ไปดู ‘คุณพุ’ น้ำพุนอนเหยียดยาวอยู่หน้าเตียง แผ่นเสียงยังหมุนและไฟยังเปิด น้ำพุสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว ถอดเสื้อ เหมือนหัวใจจะขาดตามลูกไปด้วย ได้อุ้มลูกขึ้นรถ ให้พี่สาวน้ำพุขับไปโรงพยาบาล หมอสันนิษฐานว่า น้ำพุหัวใจวาย แต่ใครๆก็รู้ว่าน้ำพุไปเพราะสารออกฤทธิ์ต่อจิต น้ำพุอาจจะหวนกลับไปใช้อีก ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้ว่าเป็นชนิดใด และรุนแรงแค่ไหน จนสามารถทำให้หัวใจน้ำพุหยุดโดยเฉียบพลัน ไม่มีใครช่วยได้

เรื่องของน้ำพุ เป็นวรรณกรรมที่แต่งจากเรื่องจริงของสุวรรณี สุคนธา โดยเป็นเรื่องของ น้ำพุ หรือ วงศ์เมือง นันทขว้าง (๑๓ มีนาคม ๒๔๙๙ – ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๑๗) ลูกชายของผู้เขียน

ขอบคุณบทเรียนชีวิตที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษรเพื่อเป็นวิทยาทานแก่วัยรุ่นที่ดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ไม่ให้ก้าวผิดพลาดจากสิ่งที่เรียกว่าเป็นสังคมด้านมืดแห่งช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยหนุ่มสาว

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานน้ำพุ บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!