ยังจำได้ไหม ลุงเย้า เจริญสุข เจ้าของตำนานพรานจระเข้สมุทรปราการ ผู้ได้วิชาปราบจระเข้จากพระธุดงค์ปริศนา


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าตำนานหมอจระเข้ มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง นายเย้า เจริญสุข ท่านเป็นบุคคลสำคัญและตำนานของฟาร์มจระเข้จังหวัดสมุทรปราการ ในการแสดงการจับจระเข้ให้ผู้ชมที่มาชมจระเข้ในฟาร์มแห่งนี้ทุกวัน โดยบุคคลทุกคนในฟาร์มจระเข้ เรียกว่า “อาจารย์” เพราะมีความเชี่ยวชาญกับการจับจระเข้มาก

ลุงเย้า เจริญสุข

โดยนายเย้า ยังเคยถูกเชิญมาออกรายการทีวีของคุณไตรภพ ลิมปะภัทร ในรายการทไวไลโชว์ของสถานีโทรทัศน์ช่องสามมาแล้วโดยนายเย้าเคยเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟังว่า เมื่อเด็กแกจะเป็นคนเกเรไม่ยอมช่วยพ่อแม่ทำนา ไม่ทำการงานเร่ร่อนไปอยู่ในที่ต่าง ๆ จนย่างเข้าวัยหนุ่ม วันหนึ่งไปพบพระธุดงค์รูปหนึ่งเข้า พระธุดงค์ถูกอัธยาศัย และเมตตาให้ประสิทธิประสาทวิชาให้ คือ วิชาปราบจระเข้ วิชาจับสัตว์ดุร้าย พร้อมให้มีดหมอติดตัวมาเล่มหนึ่ง

ดังนั้นต่อมาแกจึงได้มีอาชีพล่าจระเข้ทุกท้องที่ที่มีจระเข้ มาอีกหลายสิบปี ก่อนผันชีวิตตนเองในบั้นปลายมีอาชีพประจำอยู่ที่ฟาร์มจระเข้จังหวัดสมุทรปราการจนตลอดชีวิต โดยลุงเย้าได้เคยฟังเสียงเล่าลือเป็นครั้งแรกมาก่อน เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๓ ว่า ณ บึงสามพันแห่งนี้มีจระเข้กว่าสามพันตัว

โย จ สทฺทปฺปริตฺตาสี วเน วาตมิโต ยถา ลหุจิตฺโตติ ตํ อาหุ นาสฺส สมฺปชฺชเต วตํ : ผู้ใด มักหวาดสะดุ้งต่อเสียง เหมือนเนื้อทรายในป่า, ท่านเรียกผู้นั้นว่ามีจิตเบา, พรตของเขาย่อมไม่สำเร็จ

นายเย้า เจริญสุข

โดยได้เดินทางมาทางเรือตามแม่น้ำป่าสักผ่านจังหวัดอ่างทอง ลพบุรี อำเภอชัยบาดาล อำเภอวิเชียรบุรี จนเข้าเขตอำเภอบึงสามพัน สามารถจับจระเข้ได้เป็นจำนวนมาก สมัยนั้นหนังจระเข้ ขายได้นิ้วละ ๑๒ บาท โดยวัดจากด้านทางกว้างของตัวจระเข้ ประมาณว่าจระเข้ในบึงมีมากกว่าสามพันตัวอีก สมกับคำล่ำลือกันว่าบึงสามพัน โดยถูกเรียกชื่อว่าเป็นบึงสามพันมานานแล้ว จนกระทั่งถูกนำใช้มาเป็นชื่อของอำเภอบึงสามพันในปัจจุบัน

วิชาสะกดจะเข้นี้ครั้งหนึ่ง หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ได้ทำให้เด็กๆดู เรื่องมีอยู่ว่า ณ เวลาเย็นตะวันตกดินวันหนึ่ง หลวงปู่บุญท่านลงมาเดินตรวจตราวัดเห็นพวกเด็กวัดกำลังขะมักขะเม้นทำความสะอาดวัด ท่านก็เดินไปบอกพวกเด็กๆว่า อ้าวรีบๆทำกันเข้าเดี๋ยวหลวงปู่จะเรียกจระเข้มาให้ดู หลังจากเด็กวัดทำงานเสร็จหลวงปู่บุญก็ให้เด็กคนหนึ่งไปเอาเทียนมาให้หนึ่งเล่ม หลังจากได้เทียนแล้วท่านก็เดินนำเด็กไปที่ท่าน้ำ ท่านเอามือวักน้ำแล้วก็ท่องคาถา

ไกรทองแห่งฟาร์มจระเข้

ไม่นานนักก็มีจระเข้ตัวโตมากยาวเกือบประมาณ ๒ วาโผล่ลอยน้ำขึ้นมา ที่หลังจระเข้ตัวนี้มีรอยตะไคร้น้ำอยู่ พอหลวงปู่บุญเห็นจระเข้โผล่ขึ้นมาท่านก็วักน้ำเรียก จระเข้ก็ค่อยๆว่ายเข้ามาเอาหัวมาเกยที่เท้าท่าน ท่านก็เอาเทียนที่เตรียมไว้หยดบนหัวจระเข้แล้วเอาเทียนปักไว้ที่หัวมันแล้วก็วักน้ำให้มันไป เมื่อจระเข้เริ่มว่ายกลับดำน้ำลงไปแสงเทียนที่หัวมันแทนที่จะดับกลับยังสว่างอยู่ใต้น้ำอีก

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานนายเย้า ไกรทองแห่งฟาร์มจระเข้ บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!