อีกหน้าหนึ่งของตำนาน”ย่านาค”แห่งคลองวัดมหาบุศย์ที่ใครหลายคนยังไม่รู้ เมื่อร่างกายหมดลมหายใจ แต่ดวงจิตยังคงผูกพันธ์


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าวัดมหาบุศย์แห่งทุ่งพระโขนง มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง วัดมหาบุศย์ เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๐๕ ก่อนเสียกรุงเก่าพม่า ๕ ปี เล่ากันว่าเดิมชื่อ “วัดสามบุตร”กล่าวคือ บุตรชาย สามคนพี่น้องร่วมกันสร้างขึ้น สิ่งก่อสร้างในวัดในขณะนั้นคงจะเป็นเครื่องไม้เสียเป็นส่วนมาก ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่คงทนครั้งกาลต่อมามีสภาพเป็นวัดร้าง ต่อมาเมื่อพระมหาบุตร ได้มาเยี่ยมญาติโยมของท่านซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในลำคลองพระโขนง ในเวลานั้น บรรดาชาวบ้านพระโขนงจึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ให้ท่านอยู่วัดสามบุตร เพื่อช่วยเป็นผู้นำในการบูรณะวัดสามบุตรเพื่อสร้างวัดใหม่ทั้งวัด จึงได้นามใหม่ว่า วัดมหาบุตร ภายหลังได้เปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญของภาษาไทย จึงได้เขียนชื่อวัดเป็นทางราชการว่า วัดมหาบุศย์

รูปปั้นแม่นากพระโขนงภายในศาลแม่นาก ข้างป่าช้าวัดมหาบุศย์ เอนก นาวิกมูล ถ่ายเมื่อยังอยู่ในศาลที่มุงหลังคาด้วยสังกะสี วันอาทิตย์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑ (ภาพจาก “เปิดตำนานแม่นากพระโขนง” โดย เอนก นาวิกมูล. พ.ศ. ๒๕๔๙)
รูปปั้นแม่นากพระโขนงภายในศาลแม่นาก ข้างป่าช้าวัดมหาบุศย์ เอนก นาวิกมูล ถ่ายเมื่อยังอยู่ในศาลที่มุงหลังคาด้วยสังกะสี วันอาทิตย์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑ (ภาพจาก “เปิดตำนานแม่นากพระโขนง” โดย เอนก นาวิกมูล. พ.ศ. ๒๕๔๙)

ตำนานเล่ากันว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)วัดระฆัง ท่านรู้ข่าวการอาละวาดของผีแม่นาคซึ่งก่อความหวาดกลัวและเดือดร้อนแก่ชาวบ้านแถววัดมหาบุศย์เป็นอย่างมาก แม้แต่หมอผีเก่งๆ ก็ยังพ่ายแพ้ สมเด็จโต จึงมาค้างที่วัดมหาบุศย์ แต่ท่านไม่ได้ทำพิธีอะไรมากมายอย่างหมอผีทั้งหลาย พอตกค่ำท่านก็ไปนั่งที่บริเวณหลุมแล้วเรียกนางนาคขึ้นมาสนทนากัน แต่ท่านจะพูดจาตกลงกับนางนาคว่าอย่างไรไม่มีใครรู้ ลือกันว่าท่านได้เจาะเอากระดูกหน้าผากจากศพ ของนางนาค ขัดกระดูกแผ่นนั้นจนเกลี้ยงเป็นมันแล้วนำกลับไปยังวัดระฆัง ลงยันต์กำกับและเจาะทำเป็นหัวเข็มขัด เวลาท่านจะไปไหนก็เอาคาดเอวติดไปด้วย

นับตั้งแต่นั้นมาผีแม่นาคที่เคยอาละวาดที่วัดมหาบุศย์คลองพระโขนงก็สงบไป เมื่อไปอยู่ที่กุฏิสมเด็จโต เวลานั้นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) ยังเป็นสามเณร อยู่ในกุฏินั้นด้วย ได้ถูกแม่นาครบกวน สามเณรก็ฟ้องสมเด็จโต ว่าสีกามากวนเขาเจ้าข้า สมเด็จโต ท่านก็ร้องปรามว่า นางนาคเอ๊ยอย่ารบกวนคุณเณรซิ แม่นาคก็เงียบไป แล้วนานๆ ก็ออกมาแหย่เล่นเสียครั้งหนึ่ง พอถูกปรามก็หยุดไป เป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ ครั้นสมเด็จโตท่านชรามากขึ้นก็มอบกระดูกหน้าผากนางนาค ประทานหม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ และให้สามเณร ม.ร.ว.เจริญ ไปอยู่ด้วย นางนาคยังคงเล่นสนุกเย้าแหย่สามเณรตามเคย หม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ทรงกริ้วดุนางว่า “เป็นผู้หญิงยิงเรืออย่ามากวนเณร คุณเณรจะได้ดูหนังสือหนังหานางนาคจึงเงียบไป”ฃ

สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี สมคฺคานญฺจนุคฺคโห สมคฺครโต ธมฺมฏฺโฐ โยคกฺเขมา น ธํสติ : ความพร้อมเพรียงของหมู่เป็นสุข และการสนับสนุนคนผู้พร้อม เพรียงกันก็เป็นสุข , ผู้ยินดีในคนผู้พร้อมเพรียงกัน ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ

ศาลแม่นาก เอนก นาวิกมูล ถ่ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑ (ภาพจาก “เปิดตำนานแม่นากพระโขนง” โดย เอนก นาวิกมูล. พ.ศ. ๒๕๔๙

ความเชื่อของคนไทยเรื่องแม่นาค

  • ๑. เชื่อว่าชื่อ สี่แยกมหานาค ที่เขตดุสิตในปัจจุบัน มาจากการที่แม่นากอาละวาดขยายตัวให้ใหญ่
  • ๒. เชื่อว่ายังมีผู้สืบเชื้อสายจากแม่นากมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในนั้น คือ พีท ทองเจือ ดารานักแสดงชื่อดัง ซึ่งครั้งหนึ่ง พีท ทองเจือ ก็เคยได้รับแสดงบทพ่อมาก ในละครเรื่องแม่นาค ของทางช่อง ๗ อีกด้วย
  • ๓. เชื่อว่าเป็นปั้นเหน่งที่ทำจากหน้าผากกะโหลกแม่นาก ปัจจุบันถูกครอบครองโดยนักสะสมพระเครื่องผู้หนึ่ง
  • ๔. ชื่อแม่นาค เขียนได้สองอย่างคือ นาก ซึ่งหมายถึงของมีค่า จำพวกทอง เงิน นาก และ นาค ซึ่งเป็นชื่อที่นิยมใช้ในรุ่นหลังๆ

ต่อมาหม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ (หม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ “ทัต” ) ได้ประทานกระดูกหน้าผากนางนาคให้แก่หลวงพ่อพริ้ง (พระครูวิสุทธิ์ศีลาจารย์) วัดบางปะกอก ภายหลังหลวงพ่อพริ้ง ก็มอบกระดูกนางนาคแด่ “กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์”กระดูกนางนาคจึงไปอยู่ในซองผี ที่วังนางเลิ้ง (ในเวลานี้เป็นโรงเรียนพาณิชยการพระนคร) อยู่ที่วังนางเลิ้งไม่นานเท่าไรนางนาคก็มากราบทูลลา และกระดูกนางนาคชิ้นนั้นก็อันตรธานหายไปไม่พบเรื่องราวอีกเลย

รูปปั้นแม่นาค

เรื่องราวแม่นาคที่บางครั้งก็ดูจริงจังเกินกว่าเรื่องนิยายและฝ่ายที่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงนั้น ได้พยายามรวบรวมหลักฐานมายืนยัน เช่น ขุนชาญคดี (ปั่น) กำนันตำบลพระโขงสมัยนั้น ได้เล่าถวาย สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ (พระองค์เจ้ายุคลทิฆัมพร พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๕ ) ว่า” นางนาคเป็นบุตรสาวของขุนศรีฯ นายอำเภอ บ้านอยู่ปากคลองพระโขนงฝั่งตะวันตกข้างวัดมหาบุศย์ตามหลักฐานนี้

แม่นาคไม่ใช่ลูกสาวของตามั่นยายมีแต่อย่างไร และไม่ใช่เด็กสาวกำพร้าด้วย และเป็นสาวสวยที่จะหาสาวใดในย่านพระโขนงมาเทียบเคียงได้ยาก สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์เมื่อได้ทรงฟังเรื่องราวแล้ว ถึงกับรับสั่งว่า “สวยสดงดงามถึงอย่างนั้นทีเดียวรึ มิน่าเล่าเจ้าพวกหนุ่มๆ ถึงได้ตอมกันนัก และปีศาจก็มีฤทธิ์ร้ายแรงถึงเพียงนั้น”

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานวัดมหาบุศย์แห่งทุ่งพระโขนง บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!