ทำพิธีเสร็จ“ทิ้งตำราลงแม่น้ำ” หลวงปู่ภูขวั้นน้ำตาเทียนหน้าองค์พระประธาน ลองวิชาใส่สามเณร


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าหลวงปู่ภู วัดอินทร์ มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง หลวงปู่ภู วัดอินทร์ เมื่อครั้งที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดท้ายตลาด(วัดโมลีโลกยาราม) ท่านอยู่ที่หอไตร เพราะเป็นที่สะดวกในการทำกิจทางศาสนา ครั้นหลังจากฉันเช้าแล้ว ท่านจะนั่งสมาธิหันหน้าเข้าหาพระพุทธรูปบนหอไตรนั้น แลด้านหลังของท่านมักจะเอาหมอนมารองไว้ให้พอดีกับศีรษะ หากเมื่อเวลาหงายหลังลงจะได้ไม่ถูกพื้นกระดาน การที่ต้องทำเช่นนี้เพราะเมื่อท่านนั่งบำเพ็ญเพียรสมณธรรมดังกล่าว พอถึงเวลาเที่ยงวัน พระอาทิตย์ตรงศีรษะ ท่านจะหงายหลังทุกครั้งไป

หลวงปู่ภู วัดอินทร์

ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่หอไตร ท่านไม่เคยไปพูดคุยเสวนาวิสาสะกับพระภิกษุหรือสามเณรรูปใด เพราะพระภิกษุเหล่านั้นมักเล่นเตะตะกร้อกันบ้าง หมากรุกบ้าง พูดจาตลกคะนองบ้าง ไม่สมกับสมณะ ก็แลพระภิกษุสามเณร แลเด็กวัดเหล่านั้น เห็นท่านนั่งอยู่ด้วยอาการสงบ ก็เลยคะนองปาก พูดจาล้อเลียนแลทำกิริยาล้อเลียนท่านต่าง ๆ เช่นพูดว่า
“เอ๊ะ หลวงตาหายไปไหน ?” (ล้อเลียนว่าท่านหายตัวได้)
“วันนี้ เห็นรัศมีหลวงตา”
“หลวงตาองค์นี้คงจะเหนียว ยิงไม่ออกฟันไม่เข้า”

ท่านเล่าให้ศิษย์ฟังว่า วันหนึ่งท่านเกิดอารมณ์ไม่พอใจขึ้นมา ซึ่งท่านสั่งสอนศิษย์นักหนาให้ระงับความโกรธเพราะเป็นสิ่งไม่ดี ท่านได้เคยเรียนวิชาจากอาจารย์พม่ามาอย่างหนึ่ง แต่ไม่เคยทดลอง เพราะเห็นว่าเป็นบาป วันนั้นท่านจึงอธิษฐานจิตขออภัยแก่เจ้าของวิชา และตั้งจิตว่าจะทำครั้งนี้เพื่อเป็นการทดลองว่า วิชาที่เล่าเรียนมาเป็นของจริงหรือไม่ จึงเอากระดาษว่าวมาลงอักขระลงชื่อพระเณรที่ชอบล้อเลียนท่าน แล้วเอาน้ำตาเทียนจากหน้าพระประธานขวั้นเป็นเทียน โดยเอากระดาษว่าวที่มีชื่อพระเณรเป็นไส้เทียน จุดแล้วบริกรรมตามกรรมวิธีที่ได้เล่าเรียนมา

ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ สติ เตสํ นิวารณํ โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ ปญฺญาเยเต ปิถิยฺยเร : กระแสเหล่าใดมีอยู่ในโลก สติเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น เรากล่าวว่าสติเป็นเครื่องกั้นกระแส กระแสเหล่านั้น อันบุคคลปิดกั้นได้ด้วยปัญญา

หลวงปู่ภู วัดอินทร์

“พอสิบโมงเท่านั้นแหละมึงเอ๋ย ทั้งพระทั้งเณรวัดท้ายตลาดเตะต่อยตีกันเป็นพัลวัน กูจึงดับเทียน บริกรรมขอขมาลาโทษ กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ครูบาอาจารย์เจ้าของตำราเขา และขอตั้งสัตย์ปฏิญาณไว้ว่า ต่อไปกูจะถวายชีวิตกับพระ จะละโทสจริตให้สิ้นเชิง เสร็จแล้วเวลากูลงสรงน้ำที่แม่น้ำ กูก็เอาตำราเล่มนั้นผูกเข้ากับเทียนเล่มนั้น เอาหินประกับ แล้วอธิษฐานอโหสิกรรม โยนตำราลงที่กลางแม่น้ำ”ท่านพูดต่อไปว่า “ของโบราณน่ะเขาจริงนะมึง เว้นไว้แต่มึงเท่านั้นไม่จริงกับของเขาเอง สิ่งที่มึงปรารถนาจึงไม่สมหวัง”

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ คุณเฉลียว จันทรทรัพย์

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานหลวงปู่ลองวิชาใส่สามเณร บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!