อยากลุก กูไม่ให้ไป นะจังงัง งง งวย ด้วยฤทธิ์พระแม่ธรณียึดศัตรู


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่ามนต์พระแม่ธรณี มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง พระแม่ธรณี เป็นเทพองค์หนึ่งที่มีความผูกพันกับพุทธศาสนาและทางไสยศาสตร์ ตามพุทธประวัติมีการกล่าวถึงว่า เมื่อพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ พวกพระยามารได้กรีธาทัพมาผจญพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าได้อธิษฐานถึงบุญกุศลที่ท่านได้บำเพ็ญมาจนมาผจญหมู่มารนี้ เมื่อท่านอธิษฐานเสร็จ พระแม่ธรณีได้ปรากฏกายขึ้นบีบมวยผมให้น้ำที่พระพุทธเจ้าเคยหลั่งน้ำไว้ เป็นน้ำจำนวนมากมายมหาศาลหาที่จะประมาณมิได้ น้ำนั้นได้ท่วมกองทัพพระยามารจนแตกพ่ายไป

พ่อเที่ยง น่วมมานา

 

ในทางด้านไสยศาสตร์มีการกล่าวถึงพระแม่ธรณีอยู่มากมายเช่น วิชาคงกระพันมีอยู่หลายบทมากที่กล่าวถึงแม่ธรณีคงจะถือเคล็ดว่า คนส่วนใหญ่จะอยู่บนพื้นดินจึงต้องขอบารมีให้แม่ธรณีคุ้มครองรักษา บางครูบาอาจารย์ก็ใช้บารมีแม่ธรณีมาปราบศัตรู เท่าที่ทราบมามีอยู่สองท่านคือ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม อ.ชุม ไชยคีรี ส่วนที่ขอบารมีแม่ธรณียึดศัตรูไม่ให้ลุกมีครูบาอาจารย์สองท่านเคยทำไว้และเป็นตำนานให้รุ่นลูกรุ่นหลานจดจำมาจนถึงทุกวันนี้

อาจารย์เที่ยง น่วมมานา ฆราวาสขมังเวทย์แห่งยุค 2500 บารมีบ้านมีดี ก็เคยแสดงไว้ครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ยังเป็นตำนานที่เล่าขานในหมู่ลูกศิษย์ไม่จบสิ้น ครั้งตอนพ่อเที่ยงยังแข็งแรงมักมีลูกศิษย์มาเชิญไปสักที่ต่างจังหวัด จนมีครั้งหนึ่งท่านไปสักที่บ้านลูกศิษย์แห่งหนึ่ง ที่นั่นมี อาจารย์สักเจ้าถิ่นอยู่ คนๆนั้นไม่พอใจพ่อเที่ยงมาก จึงสั่งคนมาบอกให้พ่อเที่ยงมาเจรจากัน พ่อเที่ยงจึงเดินทางไปที่สำนักนั้น เมื่อเข้าไปในสำนักอาจารย์คนนั้นเรียกลูกศิษย์มาอยู่ด้วยหลายคน เมื่อการเจรจาเริ่มขึ้นพูดกันอย่างไรก็ไม่เข้าใจกัน เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจจะเจรจาแต่คิดจะหาเรื่องอย่างเดียว พ่อเที่ยงเห็นว่าคุยยังไงก็ไม่รู้เรื่องจึงตัดบทพูดว่า “เอาอย่างนี้แล้วกันถ้าผมลุกขึ้นแล้วพวกคุณจับผมได้ ผมก็จะไปทันที” พูดจบท่านก็ลุกขึ้นยืนฝ่ายอาจารย์คนนั้นและลูกศิษย์ได้แต่นั่งตัวแข็ง มองพ่อเที่ยงเดินลงเรือนไป

พ่อท่านพลัด ภทฺธิโย เคยแสดงไว้ครั้งหนึ่งมีพยานรู้เห็นมากมาย เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะกลุ่มคนใจบาปซึ่งมักจะมีในท้องถิ่นที่ห่างไกลความเจริญนั่นคือพวกโจรปล้นเงินกฐินของวัด ซึ่งในงานทอดกฐินของวัดโคกสูงในปีนั้นก็มีกลุ่มชายฉกรรจำนวน ๔ คน มารอเข้าปล้นเงินโดยรอให้รวบรวมเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงจะปล้น แต่พ่อหลวงก็ทราบได้ด้วยญาณของท่านแล้ว ชาย ๔ คนดังกล่าวเข้าไปนั่งปะปนกับชาวบ้านซึ่งนั่งกันอยู่เต็มศาลา เมื่อได้เวลาทำพิธีถวายกฐิน พ่อหลวงท่านได้รับกฐินจากญาติโยมแล้วกล่าวขึ้นว่า

เตสํ วูปสโม สุโข : ความสงบระงับแห่งสังขารนั้น เป็นสุข

พ่อท่านพลัด ภทฺธิโย

“วันนี้เป็นวันดีที่ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายนำกฐินมาทอดที่วัด ก็ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ นึกคิดสิ่งใดให้ได้สมความปรารถนาขอให้ได้รับบุญกุศลโดยทั่วหน้ากัน ส่วนคนที่คิดไม่ดีก็ขอให้ลุกไปไหนไม่ได้ ฝากแม่พระธรณีไว้ด้วย”

เมื่อญาติโยมที่เข้ามาช่วยงานทอดกฐินต่างพากันประหลาดใจในคำพูดตอนท้ายของท่าน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งได้เวลารับประทานอาหารก็แยกย้ายกันทานอาหารตามปกติ พ่อหลวงได้ให้ลูกศิษย์นำอาหารไปให้โจร ๔ คนนั้นกินแต่ไม่ยอมกิน เอาบุหรี่ไปให้สูบก็ไม่ยอมสูบ จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงตอนบ่าย ประมาณบ่าย ๒ โมง ญาติโยมคณะกฐินกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่ลูกศิษย์และชาวบ้านแถวนั้นไม่กี่คน ทุกคนก็พากันเห็นชายแปลกหน้า ๔ คนนี้นั่งอยู่ไม่พูดไม่จา จึงถามกันไปมาก็เอะใจสิ่งที่พ่อหลวงพูดตอนรับกฐิน จึงรู้ว่าพวกนี้คือโจรที่ตั้งใจจะมาปล้นเงินของวัดแน่ๆจึงพากันไปหยิบมีด พร้า ขวาน ถือมาจะหมายเอาชีวิตโจร หลวงพ่อต้องรีบห้ามปรามแล้วบอกให้กลับบ้านให้หมดเดี๋ยวหลวงพ่อจัดการเอง ชาวบ้านจึงหยุดแล้วพากันกลับบ้านเหลือเพียงลูกศิษย์ ๒ – ๓ คน

จากนั้นหลวงพ่อท่านก็ปฎิบัติภาระกิจประจำวันไปเรื่อยๆทั้งเก็บกวาด จัดข้าวของบนศาลาและกวาดบริเวณวัดโดยที่ชายทั้ง ๔ คนนั้นยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่พูดไม่คุยจนเวลาผ่านไปถึง ๖ โมงเย็น หลวงพ่อจึงมายืนตรงหน้าของชาย ๔ คนนั้นแล้วพูดว่า

“ลุกขึ้นได้แล้วลูกบ่าวเย็นแล้วกลับบ้านเถิด”

ชายทั้ง ๔ คนนั้นก็ลุกขึ้นยืน ตามคำพูดของหลวงพ่อเหมือนต้องมนต์สะกด ท่านจึงพาคนทั้ง ๔ ออกมาที่ลานวัดหน้าศาลาแล้วถามว่า เข้าวัดทำไมต้องพกปืนขอดูหน่อยสิ ชายคนหนึ่งจึงชักปืนออกมาส่งให้ดู ท่านรับมาพลิกซ้ายพลิกขวาดูอยู่ครู่หนึ่งก็ส่งคืนพร้อมกับพูดว่า ไหนลองยิงให้ดูหน่อยสิ ชายคนนั้นจึงชี้ปืนขึ้นฟ้าแล้วลั่นไกเสียงดัง แชะ แชะ แชะ ท่านจึงพูดขึ้นว่า ปืนใช้ไม่ได้ พกมาทำไม..

พระแม่ธรณีมวยผม

จากนั้นท่านหยิบเงินให้ไปคนละ ๑๐๐ บาทบอกว่าค่ารถกลับบ้านพร้อมกำชับไปด้วยว่า ให้ลูกบ่าวทุกคนกลับเนื้อกลับตัวเสียใหม่ เลือกหนทางทำมาหากินโดยสุจริตอย่าได้เบียดเบียนคนอื่น ทั้งหมดรับคำแล้วจากไป นี่คืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของท่านแห่งวัดโคกสูงผู้ทรงพลังจิตเข้มขลังสามารถทำให้โจรกระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้ เป็นเรื่องเหลือเชื่อว่าจะมีคนทำได้ในยุคปัจจุบันนี้ ท่านได้ล่ะสังขาร อย่างสงบเมื่อวันที่ ๙ นีนาคม ๒๕๔๑  สิริรวม อายุได้ ๘๗ ปี ๖๕ พรรษา

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานมนต์พระแม่ธรณี บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!