ตำนานยันต์ธงข้างหู สายเหนียวแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าของ อาจารย์หนู ทองศิริ มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง อาจารย์หนู ทองศิริ ท่านเป็นคนไทยเชี้อสายจีน เป็นคนลุ่มแม่น้ำแม่กลองโดยกำเนิด เป็นอาจารย์สักยันต์ยุคเก่าที่มีอาคมเข้มขลังหนึ่งในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ยันต์ครูของท่านได้แก่ยันต์ พระเจ้าห้าพระองค์ ธงข้างหู นอกจากนั้นยังมียันต์พรหมห้าหน้า พรหมสี่หน้า ยันต์ณรงค์สงคราม พระพุทธเจ้าแผลงฤทธิ์ ยันต์มหาปราบ ยันต์เขมรใหญ่ ยันต์แหกค่ายพม่า เป็นยันต์ที่ตกทอดมาในยุคพระเจ้าตากแหกค่ายพม่าที่ล้อมเอาไว้

อาจารย์หนู ทองศิริ

จึงมีเรื่องราวประสบการณ์ต่างๆคนพื้นที่เก่าในดำเนิน-แม่กลองรู้กันดีด้วยท่านสักมาเป็นเวลา 50 ถึง 60 ปี ลูกศิษย์ลูกหาท่านจะเยอะขนาดไหน ลองคิดภาพตามดูว่า ในงานศพท่านต้องเปิดให้ลูกศิษย์ท่านรดน้ำถึงสองวันเลยทีเดียว ลูกศิษย์ท่านมักจะเรียกท่านว่าเตี่ย เนื่องจากให้ความเคารพท่านเปรียบเสมือนพ่อคนนึง

ตามประวัติเท่าที่ทราบท่านเองเป็นลูกศิษย์ หลวงปู่ชุ่ม วัดราชคาม หลวงปู่ชุ่มท่านนี้เป็นลูกศิษย์หลวงปู่ศูข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ท่านได้เดินทางไปเรียนกับหลวงปู่ศุขพร้อมกับหลวงปู่รุ่ง วัดท่ากระบือ ซึ่งหลวงปู่ทั้งสองเป็นสหธรรมิกกัน นอกจากนั้นท่านยังเป็นศิษย์ หลวงปู่เม้ย วัดลาดเมธังกร อาจารย์อยู่ อาจารย์มูข อาจารย์เปิง อาจารย์เคลือบ

ทุกฺขํ อนาโถ วิหรติ : คนไม่มีที่พึ่ง อยู่เป็นทุกข์

หลวงปู่ชุ่ม วัดราชคาม

ยันต์ต้องห้ามของอาจารย์หนู ในการสักยันต์ของท่านจะมียันต์ต้องห้ามที่ถือว่าถ้าหากสักไปแล้ว จะมีเหตุเกิดขึ้นหลายอย่าง เช่นอาจทำให้เป็นคนบ้าใบ้วิกลจริตไปเลยก็มี โดยหลวงพ่อบุญส่งเล่าให้ฟังว่า อาจารย์หนู ถามท่านว่า “เองรักลูกศิษย์เองมั้ย ถ้ารักก็อย่าไปสักให้มัน”

หลวงพ่อเจ๊ยท่านเล่าว่า เคยมีคนสักแล้วเป็นบ้า ต้องพามาหาท่าน ให้ท่านสักแก้ให้ พร้อมทั้งต้มยาให้กิน ถึงจะหายจากอาการบ้า ว่ากันว่าบางรายสักไปเกิดอาการคุ้มคลั่งที่เรียกว่าร้อนถึงขนาดต้องให้คนหลอกมา ให้ท่านแก้ให้ถึงจะหาย อีกทั้งท่านยังเป็นบุคคลที่เคารพในพระพุทธศานามาก เป็นกำลังใหญ่ในการสร้างโบสถ์ถวายวัดท่าสุวรรณ เพื่อเป็นที่ทำสังฆกรรมของสงฆ์ และสาธารณะประโยชน์อีกหลายอย่าง ท่านเสียไปเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2537 แต่คุณงามความดีของท่าน ยังคงเป็นที่ประทับใจในบรรดาลูกศิษย์ของท่านสืบต่อไป

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานอาจารย์หนู ทองศิริ บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!