“งางอน” ตำนานช้างคู่ผู้ยิ่งใหญ่


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าของตำนานช้างงางอน มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าว งางอน เป็นช้างเขาใหญ่ที่ในอดีตโด่งดัง งางอนมีงายาวงดงาม เนื่องจากมีเอกลักษณ์ชัดเจนคืองาคู่งามที่ยาวโค้งดั่งวงพระจันท์ มันจะเดินหากินเกือบทั่วทุกพื้นที่เขาใหญ่ จนมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจนเป็นข่าวดังไปทั้งประเทศคือเจ้างางอนทำร้ายพระอาจารย์ดนัย และนายวัลลภจนถึงแก่ชีวิต เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านมานานแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ พระอาจารย์ดนัย กัลยาณธัมโม พร้อมพระเณรหลายรูป และญาติโยมมีนายวัลลภ ดอกไม้ กับคนขับรถของนายวัลลภได้พาคณะมาท่องเที่ยวพักผ่อนบนเขาใหญ่

เจ้างางอน

เช้าตรู่เวลาวันดังกล่าวพระอาจารย์ดนัย และนายวัลลภได้พาคณะออกมาเดินชมธรรมชาติบริเวณสนามกอฟล์ และได้พบกับช้างป่าเขาใหญ่ชื่อดัง คือ งางอน ซึ่งงางอนกำลังเดินหาอาหารริมชายป่าตัวเดียว พระอาจารย์ดนัย และนายวัลลภ จึงเดินเข้าไปใกล้ๆตัวงางอนเพราะเห็นว่างางอนอารมณ์ดี และหวังจะถ่ายภาพงางอนสักครั้ง โดยท่านเดินเข้าไปหยุดตรงหน้างางอนแล้วยกมือขวาขึ้น

พระอาจารย์ดนัยทำท่าสะกดจิต “งางอน” แล้วให้นายวัลลภถ่ายภาพ แต่เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ลืมนึกไปว่า แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพจะสว่างจ้า ไม่ผิดกับแสงของฟ้าแลบ ที่อาจทำให้ช้างป่าตื่นตระหนก เมื่อนายวัลลภเล็งกล้องไปยังพระอาจารย์ดนัยกับ “งางอน” ในระยะกระชั้นชิดแล้วก็กดชัตเตอร์ทันที แสงสว่างจากแฟลชจึงวาบเข้าเต็มหน้าช้างป่างางอน ทำให้มันตกใจอย่างกะทันหัน เมื่อโดนแสงของแฟลชเข้าใส่นัยน์ตาเต็มที่

ทำให้งางอนมองไม่เห็นอะไรไปชั่ววูบ ความตกใจบวกกับสัญชาตญาณของช้างป่า ทำให้ไอ้งางอนถลันเข้าหา กวาดงวงรัดตัวพระอาจารย์ดนัยเอาไว้ แล้วฟาดท่านกับขาหน้าเต็มแรง นายวัลลภเห็นเหตุการณ์ผันแปรไปเช่นนั้น ก็ตกใจสุดขีด แผดเสียงร้องให้คนช่วย จนทุกคนที่อยู่บริเวณใกล้ๆได้ยินชัดเจน ขณะนั้นภาพ”งางอน”ก็ปล่อยร่างพระอาจารย์ดนัยลงไปกองกับพื้น แล้วลุยเข้าหานายวัลลภ คนที่ทำให้มันตกใจ ก่อนที่นายวัลลภจะหนีทัน งางอนก็ตวัดงวงรัดตัวเขาเอาไว้แน่น แล้วฟาดกับต้นไม้ใหญ่ใกล้ ๆ หลายครั้ง จนนายวัลลภจากไป

ส่วนพระสงฆ์และเณร กับคนขับรถของนายวัลลภ ได้ยินเสียงร้องก็รู้ว่าเกิดเหตุร้ายแน่ๆ จึงพากันรีบวิ่งเข้าไปดูแล้วก็พบกับภาพสยองขวัญ ซึ่งไม่มีใครช่วยเหลืออะไรได้แล้ว ภาพที่เห็นคือ “งางอน” ใช้ต้นขาของมันกระทืบดินจนยุบลงไปเป็นหลุมตื้น ๆ แล้วใช้งวงลากร่างอันแน่นิ่งของพระอาจารย์ดนัยลงไปนอนในหลุม จากนั้น มันก็ใช้ตีนหน้าเหยียบลงไปบนตัวท่าน คล้ายกับมีเจตนาจะฝังร่างพระอาจารย์ดนัย

กมฺมุนา วตฺตตี โลโก : สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

ภาพสุดท้ายพระอาจารย์ ดนัย กำลังสะกดจิตเจ้างางอน

แต่เมื่องางอนพยายามทำอยู่เช่นนั้นหลายครั้งก็ทำไม่สำเร็จ งางอนก็ถอยออกไปยืนร้องเสียงต่ำๆ คล้ายแสดงความโศกสลดอยู่ในลำคอนานทีเดียว ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันไล่ให้งางอนกลับเข้าป่า งางอนจึงพาร่างที่ใหญ่โตมหึมาหายลับไปในป่ารกทึบทันที

งางอน คือช้างเขาใหญ่ที่ในอดีตโด่งดัง งางอนมีงายาวงดงาม จะเดินหากินเกือบทั่วทุกพื้นที่เขาใหญ่ แต่ที่โด่งดังสุดๆเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๐ งางอนทำร้ายพระอาจารย์ ดนัย กัลยาณธัมโม และนายวัลลภ ดอกไม้ จนถึงแก่ชีวิต เนื่องจากงางอนคิดว่าท่านทั้งสองจะเข้ามาทำร้ายงางอน ขณะกินอาหารอยู่ใกล้ๆที่ทำการอุทยานฯ

แต่ต่อมาเมื่อต้นเดือนตุลาคม ๒๕๓๖ ข่าวที่ทำให้กลุ่มคนอนุรักษ์ช้างป่าถึงกับช๊อค เมื่อทราบข่าวว่า “ไอ้งางอน ช้างคู่เขาใหญ่ ถูกฆ่า”

งางอนเป็นช้างป่าเขาใหญ่ในอดีตใครๆหลายคนจะรู้จักกันดีเนื่องจากมีเอกลักษณ์ชัดเจนคืองาคู่งามที่ยาวโค้งดั่งวงพระจันท์ จนถึงวันนี้ตำนานช้างป่างางอนยังถูกกล่าวถึงเสมอๆ และยังมีอีกหลายร้อยคนที่จดจำวีรกรรมงางอนลูกเจ้าพ่อเขาใหญ่ไม่มีลืม

วันนี้ขอเอาข้อมูลเชิงลึกที่กล่าวถึงสาเหตุการตายของงางอน และทุ่งสังหารช้างป่าคู่ตำนานเขาใหญ่มาให้ทราบก็คือ ทุ่งงูเหลือม เป็นบริเวณที่ราบสลับทิวเขาของเขาใหญ่ มีที่ราบ ๒ ผืนติดต่อกัน ผืนใหญ่ชื่อ ทุ่งงูเหลือม ส่วนผืนน้อยชื่อ ทุ่งงูเหลือมน้อย พื้นที่ราบทั้ง ๒ แห่งนี้ คือต้นน้ำของน้ำตกเหวนรกและห่างจากที่ทำการอุทยานฯเพียง ๒๐ กิโลเมตร และทุ่งดังกล่าวนี้คือพื้นที่สังหารช้างป่างางอน

การปลิดชีวิตเริ่มต้นขึ้นหลังจากรับใบสั่ง ทีมพรานจากโคราชซึ่งเป็น อดีตผกค.เก่า ซึ่งชำนาญในพื้นที่จึงเข้าไปเป็นหน่วยแรกพร้อมอาวุธครบมือคือแต่ไม่สามารถล่างางอนได้ ต่อมาทีมชุดล่างางอนจากอ.ประจันตคาม ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพรานมือฉมังอีก ๓ คน จึงเข้าไปแทนที่พร้อมด้วยอาวุธปืนไรเฟิลและปืนยิงเร็ว คราวนี้จึงล้มงางอนสำเร็จเมื่อพรานล้มงางอนลงแล้ว งาของช้างทั้งสองข้างก็ส่งถึงมือเจ้าของใบสั่ง ซึ่งเป็นกำนันมีอิทธิพลใน อ.กบินทร์บุรี โดยรับค่าจ้างเป็นเงิน ๒ แสนบาท ตามน้ำหนัก ๒๘ กิโลกรัม แล้วงาคู่งามก็ถูกส่งต่อให้กับนายทุนใหญ่ในกรุงเทพฯด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นถึง๒ล้านบาท และได้นำงาคู่นี้ออกนอกประเทศ สู่บ้านหลังหนึ่งที่สหรัฐอเมริกา

ในขณะที่ร่างของเจ้างางอน ช้างคู่ผืนป่าเขาใหญ่ ก็ป่นสลายไร้ค่าอยู่ที่ทุ่งงูเหลือม เป็นตำนานคู่เขาใหญ่จนถึงวันนี้ พร้อมกับเรื่องราวงางอนที่เงียบหายไปโดยไม่มีใครยอมรับความผิด แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่ดูแลและปกป้องงางอน ก็ยังปฏิเสธที่จะพูดถึงการตายของงางอน โดยอ้างเพียงว่าวันนี้ไม่มีร่างอันไร้วิญญาณมายืนยันการจากไปของ ” งางอน ”

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานช้างงางอน บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติบุคคลคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!