อวิชชา ลมพัดลมเพ ฝังรูปฝังรอย


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าของการทำคุณไสย มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง การทำคุณไสย ในปัจจุบันยังคงมีความเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่ และยังมีคนที่เรียนวิชามา แต่แค่ไม่มีใครมาเปิดเผยเท่านั้นเอง สำหรับคนที่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ส่วนใหญ่ก็จะมองว่าไร้สาระ ไม่เป็นจริงหรอกแค่เรื่องเล่านิทานหลอกเด็ก และอาจจะดูขมขัน แต่รู้ไหมว่ามีอาการมากมายที่ไม่ได้ถูกเปิดเผย และยังเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และแพทย์แผนปัจจุบันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร บางอย่างวิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ จึงจำแนกประเภทต่างๆได้ดังนี้

สายเสกเข้าท้อง การเสกของเข้าท้องเป็นคุณไสยระดับต่ำ มักจะปล่อยในวันโกนเพราะเป็นวันแรงโดยใช้คาถากำกับ
สามารถทำได้หลายแบบ เช่น เหรียญปากผี เป็นเหรียญเก่าๆสนิมเขรอะที่ง้างมาจากปากผู้ตาย ผ้าตราสังฆ์หรือผ้าห่อศพ ที่พันด้วยสายสิญจน์ ตะปูตอกฝาโลงหรือจำพวกหนังสัตว์ หนังควาย หนังหมู หนังงู จำพวกหนังนี้แรกเริ่มจะมีขนาดเท่ากล่องไม้ขีด แล้วจารคาถาลงไป พอปล่อยออกไปแล้วจะไปหาเหยื่อแล้วไปพองในท้องทำให้มีอาการผิดสำแดงต่าง ๆ นา ๆ ข้าวปลาไม่กิน เหม่อลอย นอนไม่หลับ บางกรณีมีเสกซากงูตายทั้งตัวไปเข้าท้องก็มี  ผู้กระทำตั้งใจเอาถึงชีวิต  ต้องรีบแก้ การแก้ก็คือการเสกน้ำมนต์ให้ดื่ม ขับของออกมา

การทำสเน่ห์

สายควบคุม เป็นคุณไสยขั้นกลาง เราคงจะได้ยินกันบ่อย จำพวกการฝังรูปฝังรอย เสน่ห์ยาแฝด จะรักษายาก วิธีการทำก็คือพวกหุ่นดินปั้น เขียนชื่อเหยื่อลงไป จากนั้นก็เสกปล่อยไปด้วยการเอาไปฝังตามจุดต่าง ๆเช่น ป่าช้าทางสามแพร่ง วิธีแก้ที่ว่ายากเพราะต้องตามของให้เจอ หรือไม่ก็ทำหุ่นขึ้นมาใหม่ เรีัยกว่าหุ่นทำคืน คือทำให้หุ่นเหมือนกันแต่คืนสภาพเดิม คนทำต้องอาคมแรงกว่าคนทำส่งมา และการทำหุ่นพวกนี้ ดินที่ใช้ปั้นต้องมีอาภรรพ์เป็นดินโป่ง ต้องดินโป่งจากป่่าช้าด้วย ไม่ธรรมดาจริง ๆ การเรียกรูปเรียกนาม คือการเอารูปเหยื่อมาตั้งหน้าข้าวสาร เอาธูปปักไว้ แล้วเรียกชื่อเหยื่อซ้ำ ๆ หรือปั้นตุ๊กตาเขียนชื่อเหยื่อลงไปแล้วเรียก เช่นถ้าเหยื่อชื่อ คำเอ้ยก็เรียก คำเอ้ยๆๆๆๆซ้ำๆทำไปเรื่อย ๆ ไม่รีบไม่เร่ง ทำได้หยุดได้ จนกว่าเหยื่อจะฝันแปลก ๆ กระสับกระส่ายเวิ่นเว้อ เหมือนโดนคนเรียกตลอดเวลา ถึงตอนนั้นแปลว่าจิตลิงก์กันแล้ว เราก็เอาเข็มแทงข้าวสาร หรือตัวหุ่นได้เลย แทงตรงไหนก็เจ็บป่วยตรงนั้น

เรื่องน้ำมันพราย แต่สายนี้ระดับต่ำก็มี คือประเภทยาสั่ง ยาเบื่อ เป็นของต่ำกว่าเสกหนังเข้าท้องอีก เป็นสิ่งที่เข้าง่ายถอนยากมากต้องใช้เวลา เครื่องเซ่นวักเยอะ ยาสั่งนี่อำนาจเอาถึงตาย การถอนต้องใช้พระขันธ์ตัดเป็นพระขันธ์ทำจากเขาควายเผือกถูกฟ้าผ่าตายเอามาตัดคาถาถึงจะได้ซึ่่งหาไม่ได้ง่ายๆส่วนใหญ่จะสืบทอดกันมา

กระทำคุณไสย

สายป้องกัน พวกสักเสกเลขยันต์ หรือห้อยไว้คุ้มกันภยันอันตราย ทั้งเภทภัยของมีคม แคล้วคลาด และพวกของคุณไสยด้วยกัน จำพวกห้อยก็มีตะกุด ที่ทำจากแผ่นโลหะ เช่น ทองแดง ทองเหลือง ดีบุก ตะกั่ว หนังสัตว์ก็มี จารด้วยเหล็กแหลมเป็นคาถา แล้วป้ายน้ำหมึก ม้วนพันแล้ว เรียกเป็นดอกมีทั้งแบบโทน แบบแฝด แบบสามกษัตริย์คือทำจากทอง เงิน นากที่เก๋าสุดคงเป็นตะกรุดโสฬสที่มีถึง ๑๖ ดอก ไว้ใช้ตั้งแต่ในสมัยโบราณพระมหากษัตริย์ซึ่งทรงออกรบ

สายโจมตี เป็นจำพวกหุ่นปั้นพยนต์เสก เช่นที่เรารู้ก็วัวธนู ควายธนู กุมารทองพราย หรือหุ่นพยนต์ สามอย่างแรกคงคุ้น แต่อย่างหลังนี่ทำจากฟางข้าว ผูกเป็นตัวคนเขียนชื่อเหยื่อแล้วว่าคาถา ก่อนจะปล่อยมาในคืนเดือนมืด ลักษณะของหุ่นพยนต์คือจะเป็นคน แต่มันเดินทื่อๆไม่มีชีวิตชีวาเหมือนหุ่นยนตร์ ตรงเข้าทำร้ายเหยื่ออย่างเดียว สามารถผูกไว้เฝ้าบ้านได้ คือแขกไปใครมาจะเห็นมีคนเดินไปมาในบ้านตลอด นอกจากใช้ไปโจมตีฝ่ายตรงข้ามแล้วยังป้องกันภูตผีปีศาจมารังควานด้วย

ปาปานิ ปริวชฺชเย : พึงละเว้นบาปทั้งหลาย

หุ่นพยนต์

อีกอย่างนึง คือจักรพยนต์ เป็นกงจักรลมที่คนโบราณวางไว้คุ้มครองสมบัติ อะไรแหย่ลงไปจะตัดขาดกระเด็นเป็นเสี่ยงหมดเลย ทำจากไม้เหลา ประดิษฐ์สร้างพิถีพิถันมากว่าคาถาเสกลงไปจากลูกข่างไม้กลายเป็นจักรมนตร์ที่ใบมีดเป็นลม
ตั้งโปรแกรมให้ทำงานเมื่ออยู่ในที่โล่ง มีอากาศและหยุดการทำงานเมื่ออากาศหมดไป ใช้ป้องกันการขุดอุโมงค์สมบัติลงไปหานั่นเอง เพราะเมื่อเราขุดไป อากาศจากภายนอกจะไปหมุนจักร ทำให้เกิดคมดาบลม

หากใครเล่นของเล่นไสยดำ กลับต้องมีข้อปฏิบัตริเคร่งครัดรัดกุมมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป เพราะเหมือนดาบสองคม หรือเลี้ยงงูเห่าไว้ ควบคุมไม่ได้ก็จะย้อนกลับมาทำร้ายตัว คนทำของจึงต้องมีข้อยึดถือเคร่งครัดกว่าคนทั่วไป ข้อห้ามเยอะ การเดินเหินนั่งนอน กินอยู่ ถ่ายท้อง ล้วนมีข้อกำกับ เช่นห้ามเดินลอดราว ลอดใต้ถุน ห้ามกินฟักแฟงแตงร้าน
ห้ามพูดจาขณะถ่ายทุกข์ หรือในวันที่ต้องปล่อยของ ก็ต้องทำพิธีปล่อยของที่ร้อนรุ่มในกายออกไปเพราะคนฝึกทำคุณไสย ไม่ได้ใช้ ก็จะร้อนวิชา ร้อนในตัวต้องปล่อยออกไป เป็นที่มาของคำว่า “ลมเพลมพัด”

คือลมเพลมพัดก็จะมาจากการที่คนเล่นของนั้นระบายของหรือปล่อยของออกไปตามลม ใครดวงตกก็จะโดนของนั้นเข้าตัวไป จึงมึคำห้ามไว้ว่ากลางค่ำกลางคืนโดยเฉพาะวันโกนวันพระอย่าออกมาเตร็ดเตร่ หรือถ้าใครเรียกกลางค่ำกลางคืน อย่าไปขานรับซี้ซั้วอาจจะเป็นของที่เขาปล่อยมา มันจะเข้าตัวได้จงพึงระวังไว้

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานการทำคุณไสย บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!