ลองดีวิชาหลวงปู่ซุน สุดท้ายกราบขอขมาแทบไม่ทัน


หากกล่าวถึง หลวงปู่ซุน ติกขปัญโญ หรือ พระครูสุนทรสาธุกิจ แห่งวัดบ้านเสือโก้ก ต.เสือโก้ก อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เป็นพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าที่เรืองวิทยาคม มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วภาคอีสานรูปหนึ่ง เมื่อเกือบร้อยปีที่ผ่านมา

หลวงปู่ซุน มีนามเดิมว่า ซุน ประสงคุณ เกิดเมื่อปี พ.ศ.2429 เมื่อครั้งบวชเป็นสามเณรท่านได้ออกธุดงค์เพื่อศึกษาหาความรู้ ตามสถานที่ต่างๆ ได้ข่าวว่ามีพระเกจิชื่อดังอยู่ที่ฝั่งลาว จึงตัดสินใจข้ามไปฝั่งประเทศลาวเพื่อที่จะขอฝากตัวเป็นศิษย์ พระอาจารย์องค์นั้นคือ สำเด็จลุน แห่งแขวงจำปาศักดิ์ ด้วยความขยันเคร่งในวินัย สามเณรซุน จึงได้รับความรู้ทั้งการเรียนและการอ่านหนังสืออักขระโบราณ ทำให้มีความรู้สามารถเขียนอักษรลาว-ขอม และอักษรไทยอย่างแตกฉาน พร้อมทั้งคาถาอาคมต่างๆต่อมาจึงได้กราบนมัสการลาพระอาจารย์เดินทางกลับประเทศไทย

หลวงปู่ซุน

ด้วยความเป็นพระภิกษุที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย วัตรปฏิบัติ สวดมนต์เช้าเย็นไม่เคยขาด หลังจากฉันภัตตาหารเพล ท่านจะนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานภายในกุฏิ นอกจากนี้ หลังออกพรรษาทุกปี ท่านจะออกเดินธุดงควัตรไปตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความหลุดพ้นตามป่าเขาลำเนาไพรในภาคอีสาน

ในเวลาต่อมา ชื่อเสียงของหลวงปู่ซุนโด่งดังเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันจะมีญาติโยมจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรมและประพรมน้ำพุทธมนต์ และปรารถนาวัตถุมงคลตะกรุดโทน และตะกรุดคู่ที่เข้มขลังจากหลวงปู่กันอย่างล้นหลาม ยุคสมัยนั้น ราคาเช่าวัตถุมงคลตะกรุดหลวงปู่ซุน 1 ดอก เท่ากับทองคำหนักหนึ่งบาท

บุญญาภินิหารหลวงปู่ซุนเรื่องลองวิชา
เรื่องมีอยู่ว่า ในช่วงปี ๒๔๙๘-๒๔๙๙ในขณะที่หลวงปู่จำวัดอยู่ ก็มีบุคคลที่ปกปิดใบหน้าหนึ่งคน นำมะพร้าวมาด้วยสองลูก เพื่อจะมาถวายหลวงปู่ (ลองวิชา) พอเดินมาถึงกุฏิหลวงปู่ ก็ได้ยกลูกมะพร้าวขึ้นเหนือหัว แล้วเอาสองมือจับลูกมะพร้าวบีบมะพร้าวแตกคามือ แล้วเอามือปาดนวนมะพร้าวพร้อมถวายใส่มือ ให้หลวงปู่ บอกหลวงปู่ว่าให้ไปจากนี้เถิด หลวงปู่เลยตอบไปว่า “สิให้ไปใสน้อพ่อออก เก่งปานนั้นติพ่อออก”

พอหลวงปู่พูดจบ หลวงปู่ยกนิ้วทั้งห้าพนมมือ แล้วใช้อีกมือแทงลงไปในพื้นไม้ที่อยู่กุฏิท่าน ไม้มีความหนาประมาณ ๔ นิ้ว แล้วสะบัดมือจนไม้แตกเป็นสายไปถึงคนที่นำมะพร้าวมาถวายหลวงปู่ ทันใดนั้นบุคคลนั้นก็กราบหลวงปู่สามครั้งแล้วเดินหนีไปเลย โดยไม่หันหน้ากลับมาอีกเลย เป็นอีกคำเล่าขานที่ผมได้ยินมาจากตาผมเอง(เรียบเรียงโดย Cr.หน่อย กันทรวิชัย)

พระธรรมเทศนา โอวาทธรรมที่หลวงปู่มักจะพร่ำสอนญาติโยมอยู่ตลอดเวลาว่า “อย่าได้ประมาท และอย่าเบียดเบียนกันแล้วชีวิตจะพานพบแต่สิ่งดีงาม”

เมื่อครั้งสมัยที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ มีเหตุการณ์โจรขโมยวัว ขอย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อครั้งนั้น ที่วัดของหลวงปู่มีวัวที่หลวงปู่เลี้ยงไว้ที่ชาวบ้านนำมาถวาย ที่ใช้สำหรับลากเกวียนหรือใช้งานอย่างอื่นภายในวัด หลวงปู่เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่ยอมหยุดนิ่งมักหาสิ่งหนึ่งสิ่งใดทำอยู่ประจำตลอดเวลา รวมไปถึงการสร้างพระใหญ่อีกด้วย เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีความเจริญเท่าที่ควร วัวจึงเป็นพาหนะชั้นดีในการขนสิ่งของ ในค่ำคืนอันเงียบสงัดกลับมีโจรอยากลองดีมาลักขโมยวัวซึ้งเป็นพาหนะของหลวงปู่ไป ไม่ละอายแก่บาปบุญคุณโทษ เเต่เหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น โจรใจบาปเหล่านั้นไม่สามารถนำวัวออกจากวัดหลวงปู่ได้

จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ : การฝึกจิตเป็นความดี

หลวงปู่ซุน ติกขปัญโญ

เดินจูงวัวรอบวัดหาทางออกไม่เจอ เดินวนรอบวัดเป็นรอยเท้าคนและรอยเท้าวัวเต็มไปทั่วบริเวณวัด สันนิษฐานว่าคงจะเดินทั่งคืนเป็นแน่ โจรใจบาปคงจะรู้ตัวว่าเจอดีเข้าให้จึงพากันหลบหนีไปเฉพาะตัวเองทิ้งวัวที่จะขโมยไปไว้ที่วัดเหมือนเดิม พอรุ่งเช้ามาพระลูกวัดและชาวบ้านต่างพากันมาดูรอยเท้าคนที่จูงวัวรอบวัดกันทังคืน สร้างความประหลาดใจต่อสายตากันอย่างมากที่มีคนมาขโมยวัวหลวงปู่ไปแต่เอาไปไม่ได้ จนกลายเป็นคำเล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน (เรียบเรียงโดย Cr. กอล์ฟ Anupon)

หลวงปู่มีลูกศิษย์มาขอเรียนพระกรรมัฏฐานมากมายทั้งภิกษุสามเณรและฆราวาส นอกจากนี้ ยังมีลูกศิษย์สายฆราวาสที่มีชื่อเสียง คือ คุณตาทองแดง อดีตหัวหน้าวงหมอลำคณะ “หนึ่งในโพลงฟ้า” ปัจจุบันเป็นคณะ “ดอกฟ้าสารคาม” เป็นลูกศิษย์ที่สืบทอดในช่วงปี พ.ศ.๒๔๙๘-๒๕๐๐ สายวิชาครูอ้อ วิชามหาช้างเทียมแม่(ตัวผู้) และ (ตัวเมีย) ฯลฯ วิชา

ถึงกาลมรณภาพ ในบั้นปลายชีวิตของหลวงปู่ซุนได้มรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2504 สิริอายุรวม 76 พรรษา 56

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานหลวงปู่ซุน ติกขปัญโญ บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!