หลวงปู่แตง วัดอ่างศิลานอก ผู้สร้างเสือในตำนาน


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าของหลวงปู่แตง ธมฺมโชโต มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง หลวงปู่แตง วัดอ่างศิลานอก ชลบุรี ท่านถือกำเนิดเมื่อ ปี พ.ศ.๒๓๔๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ เมื่ออุปสมบทแล้ว ก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉาน ท่านศึกษาคัมภีร์ทำผงวิเศษทั้ง ๕ คัมภีร์อักขระยันต์ ๑๐๘ และพระเวทย์วิทยาคมต่างๆ คัมภีร์โหราศาสตร์ ตำรายารักษาโรคจนชำนาญ เมื่ออกพรรษาก็จะนำพระภิกษุที่วัดออกธุดงค์ ไปยังป่าเขาลำเนาไพร แสดงหาแหล่งพำนักอันสงบ

ภาพจิตรกรรมฝาผนังหลวงพ่อแตง

ประวัติของหลวงปู่แตง ได้มาจากหลักฐานตามประวัติของ หลวงพ่อปาน เมื่อหลวงพ่อปานอายุครบบวชจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดอรุณราชวราราม โดยมีท่านเจ้าคุณศรีศากยมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านศึกษาด้านวิปัสสนากรรมฐาน รวมถึงไสยศาสตร์ ท่านได้รับการถ่ายทอดจากคณาจารย์หลายองค์จนเชี่ยวชาญ ภายหลังได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดบางเหี้ยนอกปัจจุบันเรียกว่า วัดมงคลโคธาวาส โดยมีพระที่เป็นสหายสนิทตามมาด้วยองค์หนึ่งชื่อหลวงพ่อเรือน

หลังออกพรรษาแล้ว ท่านและพระเรือนเริ่มออกธุดงค์ไปสถานที่ต่างๆ หลวงพ่อปานและหลวงพ่อเรือน ได้ดั้นด้นไปจนถึงวัดอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี และได้ฝากตัวเป็นสานุศิษย์ของหลวงปู่แตง เจ้าอาวาสวัดอ่างศิลา โดยศึกษาด้านวิปัสนาธุระ ไสยเวทย์มนต์ต่างๆ จนเชี่ยวชาญ และสร้างชื่อเสียง ให้หลวงพ่อปาน เป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะ “เขี้ยวซึ่งแกะเป็นรูปเสือนั่ง” เมื่อมีความเชี่ยวชาญแล้วจึงได้อำลาพระอาจารย์ หลวงปู่แตงมาพำนักอยู่ที่วัดบ้านเกิดตนเอง พร้อมด้วยพระอาจารย์เรือนที่วัดมงคลโคธาวาส และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส โดยมีหลวงพ่อเรือนเป็นรองเจ้าอาวาส ซึ่งทั้งสองรูปได้ปกครองพระลูกวัดทั้งด้านการศึกษา และการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดมาตลอด

ระหว่างที่หลวงพ่อปานและหลวงพ่อเรือนได้ธุดงค์ไปสมัยนั้นยังมีพระอาจารย์ อีกท่านหนึ่งที่ดั้นด้นไปเรียนที่วัดอ่างศิลา คือหลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้ง จังหวัดระยอง ซึ่งได้พบกันในระหว่างธุดงค์ได้ชวนกันไปเรียนวิทยาคมการปลุกเสกเสือ จากหลวงปู่แตง วัดอ่างศิลา เป็นปรมาจารย์เจ้าตำหรับในการสร้างเขี้ยวเสือแกะ ที่มีฤทธิ์ และ โด่งดังมากๆท่านหนึ่ง

ปญฺญา นรานํ รตนํ : ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน

เสือหลวงพ่อแตง

พร้อมกันขณะที่เรียนอยู่นั้น เมื่อเรียนจนถึงขั้น ก็ต้องมีการทดลองพิสูจน์ดู โดยเอาเสือใส่บาตร ให้เอาไม้พาดไว้ ปลุกเสกจนเสือออกมาจากบาตร หายเข้าป่าไป ถ้าใครภาวนาเรียกเสือกลับมาได้ก็จะให้เรียนต่อไป ถ้าเรียกกลับมาไม่ได้ ก็ไม่ให้เรียน หลวงพ่อปาน ปลุกเสกเสือออกจากบาตรเข้าป่าไปได้ และเรียกกลับมาได้ ส่วนหลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้งปลุกเสกเสือออกมาได้เข้าป่าไปเช่นกัน แต่เรียกเท่าไรๆ ก็ไม่กลับ ก็เป็นอันว่าหลวงพ่อปานเรียนต่อจนสำเร็จองค์เดียว หลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้ง จึงต้องพักจากการเรียนเสือ เหตุเพราะตบะทางมหาอำนาจยังไม่แกร่ง แต่ท่านโดดเด่นทางเมตตา

ต่อมา หลวงปู่แตง ท่านจึงให้หันมาเรียน สร้าง และปลุกเสกแพะจนสำเร็จ เมื่อได้วิทยาคมนี้ต่อมา หลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้งก็ได้เป็นอาจารย์ของหลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก จังหวัดระยอง หลวงพ่ออ่ำนี้ มีชื่อเสียงมากในการสร้างแพะ จนได้สมญาว่า “หลวงพ่ออ่ำแพะดัง” และ หลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้ง นี้ก็ยังเป็นอาจารย์ของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง ผู้โด่งดังมาก ในปัจจุบันนี้เช่นกัน

ส่วนหลวงพ่อเรือนพระที่เป็นสหายสนิทของหลวงพ่อปานในครั้งที่ออกธุดงธ์ไปด้วยนั้น ก็ได้มีสวนรู้เห็นและได้เรียนวิชากับหลวงปู่แตงด้วย แต่ก็เรียนแค่เพียงน้อยนิด ไม่ถึงกับจบ อาจเพราะเกรงใจ หรือเคารพพระสหาย ที่เป็นรุ่นพี่ที่ไปด้วยอย่างหลวงพ่อปาน จึงทำให้ไม่ได้เรียนจนจบ แต่กระนั้นหลวงพ่อเรือนก็เรียนจบวิชาสร้างเสือปลุกเสกเสือจนได้ ด้วยการถ่ายทอดวิชาจากหลวงพ่อปานอีกที ดังนั้นหลวงพ่อเรือน จึงเป็นทั้งศิษย์ของ (หลวงปู่แตง) และเป็นทั้งเพื่อนและทั้งศิษย์ของหลวงพ่อปานด้วยเช่นกัน

หลวงพ่อปาน

หากเอ่ยนามวัดอ่างศิลาคนรุ่นหลังคงรู้จักพระปิดตาหลังยันต์กระบองไขว้ ของเจ้าคุณศรีก็ไม่ผิด แต่ถ้าถามคนย่านภาคตะวันออก นี้ดังมาตั้งแต่สมัยก่อนรัชกาลที่ ๕ เสียอีก เพราะที่วัดนี้เป็นสำนักที่ใช้ร่ำเรียนสรรพวิชาต่างๆมากมาย มีลูกศิษย์ลูกหาที่โด่งดังมากมายมาศึกษา อาทิ หลวงพ่อปาน วัดมงคงโคธาวาส หลวงพ่อวัดกระบกต้นผึ้ง, หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ) และศิษย์ฆารวาสอีกหลายคน เช่น ตาโต เพ่งวิจารย์, ตาบุญ หนังช้าง, ตากัน โจรสลัดจอมขมังเวทย์แห่งภูเขาแหลมปู่เจ้า อ.สัตหีบ

วัตถุมงคลที่มีชื่อสุด และหายากมากของแท้ๆคือ เขี้ยวเสือแกะ ซึ่งเป็นต้นตำหรับ เขี้ยวเสือเงินล้านของหลวงพ่อปานและยังมี ตะกรุด, หมากทุย, ผ้ายันต,์ และเชือกมงคล ล้วนแล้วแต่โด่งดังจากประสบการณ์ใช้หาของคนพื้นที่ทั่วท้องทะเลชลบุรีและพื้นที่ ใกล้เคียงต่างจังหวัดล้วนแล้วแต่รู้จักท่านทั้งสิ้น หลวงปู่แตง ท่านถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคชรา ในปี พ.ศ.๒๔๓๕ สิริอายุ ๙๓ ปี ๗๓ พรรษา

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานหลวงปู่แตง วัดอ่างศิลานอก บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!