หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา คณาจารย์หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าของหลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา ท่านเกิดเมื่อวันอาทิตย์ ปีจอ เดือน ๗ ในปลายสมัยรัชกาลที่ ๔ ตรงกับวันที่ ๑ เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๔๐๖ อุปสมบทเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๒๖ ท่านเป็นพระธุดงค์มาจากเมืองอื่น (บางข้อมูลว่าท่านเป็นคนอำเภอศรีประจันต์ จากบันทึกว่าท่านเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดไก่เตี้ย อำเภอศรีประจันต์) แล้วเดินทางมาปักกลดปฏิบัติธุดงควัตรอยู่บริเวณบ้านหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช ซึ่งแต่เดิมเป็นป่ารกทึบ ท่านเห็นว่าอาณาบริเวณนี้มีความสงบร่มรื่นเหมาะแก่การสร้างเป็นวัด จึงได้สร้างเป็นวัดขึ้นมาชื่อว่า “วัดหัวเขา” และท่านก็ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา

ในการอุปสมบทครั้งแรกของ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ นั้น หลวงพ่ออิ่มก็เป็นพระคู่สวดให้ และในการอุปสมบทครั้งที่สองของหลวงพ่อมุ่ย หลวงพ่อมุ่ยท่านก็ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่ออิ่ม ประวัติกล่าวว่าหลวงพ่อมุ่ยแวะเวียนไปมาหาสู่กับหลวงพ่ออิ่มเป็นประจำ อีกทั้งยังเคยไปจำพรรษาที่วัดหัวเขาเป็นเวลา ๑ พรรษา เพื่อเรียนวิชาอาคมกับหลวงพ่ออิ่ม หลังจากนั้นก็ยังไปมาหาสู่หลวงพ่ออิ่ม และหลวงพ่ออิ่มยังพาไปศึกษาต่อกับหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าด้วย

หลักฐานจากหนังสือพระราชทานเพลิงศพพระครูวรนาถรังษี หลวงพ่อปุย วัดเกาะ กล่าวด้วยว่า พ.ศ.๒๔๖๓ หลวงพ่อปุยก็เดินทางมาฝากตนเป็นศิษย์หลวงพ่ออิ่ม และอาจารย์มนัส โอภากุล เขียนไว้ในหนังสือลานโพธิ์กล่าวว่า หลวงพ่ออิ่มยกย่องหลวงพ่อปุยว่า เปรียบเสมือนบัวที่พ้นน้ำแล้ว สอนอะไรก็เข้าใจง่าย ศึกษาได้รวดเร็ว ไม่ต้องจ้ำจี้จำไชเท่าไรนัก หลวงพ่อปุยเองก็เคยเล่าให้ศิษย์ฟังเสมอๆว่า หลวงพ่ออิ่มท่านเป็นพระที่เคร่งในพระธรรมวินัยมาก ญาณสมาบัติสูงมาก

พระมหานพรัตน์ ชาลมุตโต เจ้าอาวาสวัดหัวเขา ได้เผยจากประวัติของหลวงพ่ออิ่ม สิริปุญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดหัวเขา สมัยท่านยังทรงสังขารอยู่เป็นพระที่มีกิตติคุณเคร่งครัดในพระธรรมวินัยมาก นอกจากนี้หลวงพ่ออิ่ม ยังมีตำราโบราณหลายด้านที่ยังคงมีการสืบทอดกันมาเช่นวิธีการทำแหวนแบบโบราณ ใช้มือทำทีละวง โดยมีชาวบ้าน ต.หัวเขา เป็นผู้เก็บรักษาตำราเหล่านี้ไว้

นายวัง สูงปานเขา อายุ 77 ปี ชาวบ้าน ต.หัวเขา อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ตนได้เก็บรักษาตำราการทำแหวนโบราณของหลวงพ่ออิ่มไว้เป็นอย่างดี โดยตำรานี้ได้มาจากนายเหรียญ สูงปานเขา บิดาที่ในอดีตเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่ออิ่ม เป็นตำราที่ถูกจารึกลงบนกระดาษข่อย ใบลาน โดยการทำแหวนทองเหลืองโบราณของหลวงพ่ออิ่ม ที่ทำด้วยมือมีขั้นตอนประกอบด้วย ขั้นตอนแรก ทำแบบด้วยการทำพิมพ์ขี้ผึ้งโดยแม่พิมพ์นี้จะแบนราบ จากนั้นทำหุ่นวงแหวน เททองเหลืองลงบนพิมพ์ แกะแบบ ตีวงแหวนให้เข้ากับหุ่นเป็นวงกลม แล้วตกแต่ง เป็นแหวนที่ทำได้ทีละวง ดังนั้นรูปแบบการทำแหวนโบราณแต่ละวงจึงไม่เหมือนกันเพราะใช้มือทำ

เสฏฺฐนฺทโท เสฏฺฐมุเปติ ฐานํ : ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ.

แหวนทองเหลืองโบราณ หลวงพ่ออิ่ม

เจ้าของตำราแหวนทองเหลืองโบราณ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันตนยังทำแหวนทองเหลืองโบราณนี้อยู่ ด้วยการเก็บสะสมภาชนะโบราณเนื้อทองเหลือง ที่ชาวบ้านนำมาให้ เพราะการทำแหวนทองเหลืองโบราณนี้ไม่ได้ทำเพื่อขาย แต่ทำเพื่อฟื้นฟูตำราเลขยันต์อักขระของหลวงพ่ออิ่ม และแจกให้กับผู้ที่ศรัทธาเก็บรักษาไว้เท่านั้น

สมัยที่หลวงพ่ออิ่มท่านได้ปกครองวัดหัวเขา ท่านพัฒนาวัดหัวเขาจนเป็นวัดที่เจริญวัดหนึ่งในสมัยนั้น และมีพระภิกษุสงฆ์เดินทางมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์มากมาย อาทิ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ , หลวงพ่อปุย วัดเกาะ , หลวงปู่แขก วัดหัวเขา และหลวงพ่อทรง วัดศาลาดิน หลวงพ่ออิ่ม ได้สร้างเครื่องรางของขลังโบราณหลายชนิด เช่น ตะกรุดแบบต่างๆ รวมทั้งผ้ายันต์ เหรียญปั๊ม เหรียญหล่อโบราณ รูปหล่อโบราณ(นางกวัก) แหวนแบบต่างๆ พระผงใบลาน หลวงพ่ออิ่มท่านมรณภาพเมื่อประมาณต้นปีพ.ศ.๒๔๘๐ สิริอายุ ๗๔ปี

ขอบคุณเนื้อหาข้อมูลโดย www.suphan.biz

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานหลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!