“ขวานฟ้ากายสิทธิ์” ตกมาจากฟ้า มีพลานุภาพมาก ผู้ใดครอบครองจะเจริญด้วยตบะอำนาจ ภูตผีปีศาจ จะเกรงกลัวยิ่งนัก


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก วันนี้เราขอมานำเสนอเรื่องเล่าของขวานฟ้ากายสิทธิ์ มาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง ขวานฟ้า จัดอยู่ในหมวดธาตุกายสิทธิ์ เป็นหินมีรูปร่างคล้ายขวาน นักมวยคาดเชือกในสมัยโบราณถือเป็น เครื่องคาดเครื่องราง ที่จะใส่ไว้ในซองมือระหว่างพันหมัดด้วยด้ายดิบก่อนการตีมวย คนโบราณเชื่อกันว่า ขวานฟ้ามีฤทธานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์ จะพบได้บริเวณที่มีฟ้าผ่าลงดินและคนมีบุญบารมีเท่านั้นที่จะขุดพบ นอกจากนี้ท่านยังใช้เป็นเครื่องมือรักษาโรค กดที่บวม และบดเป็นยา เชื่อกันว่าหากเอาขวานฟ้าไว้ในยุ้งข้าว ข้าวจะไม่พร่อง วางขวานฟ้าไว้ที่ลานตากข้าวเปลือก ไก่ป่าจะไม่เข้ามาจิกกิน บางจังหวัดในภาคกลาง ใช้ไล่ผีโดยให้เอาขวานฟ้าซุกไว้ใต้ที่นอนคนที่มีผีเข้า นอกจากนี้ในบ่อนไก่บางแห่ง ยังใช้ขวานฟ้าบด เพื่อใช้รักษาตาไก่ที่แตกเป็นแผล

ขวานฟ้า

ตำนานการเกิดขวานฟ้า มีอาจารย์ผู้เฒ่าโบราณท่านเล่าขานต่อตำนานมาเป็นรุ่นสู่สมัย ถึงตำนานที่มาของขวานฟ้า ที่มักพบอยู่ใบบริเวณที่ฟ้าผ่าลงมา คนโบราณต่างให้ความยอมรับในอิทธิฤทธิ์ ของขวานฟ้ากายสิทธิ์ ว่ากันว่าขับไล่สิ่งไม่ดี ป้องกันการกระทำ ป้องกันภูตผีปีศาจ บางท่านใช้รักษาโรคต่างๆ ทั้งยังเป็นค้ำคูณ ให้ผู้ครอบครอง อยู่เย็นเป็นสุข หลายคนสงสัยว่าขวานฟ้ามีที่มาทีไปยังไง ไม่ค่อยมีใครไขข้อสงสัยนี้ปล่อยไว้เป็นปริศนาตลอดมา อาจารย์ผู้เฒ่าเล่าต่อๆกันมาว่า มีดินแดนลับแลที่หนึ่ง ซึ่งแยกออกจากแดนอื่นๆ เป็นดินแดนจำเพาะ คนในนั้นจะเรียกตัวเองว่าเป็นคนเมืองนะโมนะมัส เพราะจะพูดคำว่านะโมนะมัส นำหน้าก่อนคำเสมอ บางครั้งมีการออกมายังภพของเรามาจับจ่ายใช้สอยต่างๆ แต่จะไม่บ่อยนัก คนเมืองนี้จะไม่ค่อยออกมาถ้าไม่จำเป็น

เคยมีอาจารย์ท่านเคยเข้าไปเพราะเหตุ สนิทกับคนเมืองนี้ เพราะความคุ้นเคยเวลาเขาออกมาให้พาไปซื้อข้าวของต่างๆมานาน ได้ไปเห็นบ้านเมืองในนั้นเห็นเล่าว่า เป็นบ้านเมืองแบบโบราณหน่อยแต่จะมีเครื่องไม้เครื่องมือใช้สอยบ้างเหมือนกัน พอถึงงานประจำปีทุกบ้านจะทำขวาน ให้เท่ากันจำนวนคนในบ้านของตน บ้านไหนฐานะดี ก็จะทำจากโลหะต่างๆ บางบ้านทำจากหินทำจากไม้ทำจากดินก็มี แล้วจะเอาไปรวมกันบูชาเจดีย์ที่ลานบูชา ทำเช่นนี้ทุกปี และในคืนฉลองเสร็จ ทุกคนกลับหมด จะมีฟ้าผ่ามาที่เจดีย์และขวานต่างๆที่กองบูชาจะหายไปหมด

รกฺเขยฺยานาคตํ ภยํ : พึงป้องกันภัยที่ยังมาไม่ถึง

ขวานฟ้า

คนในเมืองเล่าให้อาจารย์ท่านนั้นฟังว่า พระรามสูรมาเอาขวานไป เพื่อจะได้ใช้ขว้างเป็นสายฟ้าตลอดปีนี้ พอครบปีพวกเขาก็จะทำไปบูชาไว้ใหม่เช่นนี้ทุกๆปีอันนี้เป็นเรื่องเล่าที่อาจารย์ผู้เฒ่าโบราณเล่าต่อมาอีกที สำหรับขวานฟ้าจัดเป็นของกายสิทธิ์ชนิดหนึ่งที่มี พลานุภาพมาก ถึงขนาดบางอันสามารถตัดเหล็กไหลได้เลยก็มี แต่จะมีลักษณะต่างกัน ขวานฟ้าก็เห็นจะเป็นเช่นเดียวกันคือพบได้ยาก เหมือนเหล็กไหลพบในถ้ำลึก แต่ ขวานฟ้าจะพบบนภูเขาสูง หรือไม่ก็แผ่นดินที่สูงๆ

ขวานฟ้ามีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือเป็นหินและโลหะ อีกหนึ่งความเชื่อแล้วขวานฟ้านั้นอาจเกิดจากที่มนุษยุคก่อนได้สร้างขวานไว้สำหรับใช้สอย เช่นขวานหินนี้เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็จะนำเอาไปใช้ประโยช์เป็นสมัยของมนุษยุคถ้ำ ขวานหินนี้จึงมักจะพบเจอตามถ้ำต่างๆๆ และบริเวรนั้นก็มักจะมีฟ้าผ่าลงมาบ่อยๆ เนื่องจากอาถรรพ์และแร่ธาตุบางประการ จึงเกิดเป็นขวานฟ้าผ่าขึ้นมา ส่วนขวานที่เป็นโลหะนั้น จะมีส่วนผสมของสำริดทองแดงหรือทองเหลือง จะมีความเงาแวววาวอยู่ตลอด

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนาน ขวานฟ้า บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!