การเข้านิโรธสมาบัติ ของผู้สำเร็จพระอรหันต์ ไม่กิน ไม่นอน ไม่ขับถ่าย นาน ๗ วัน

นิโรธสมาบัติ หรือ สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ เป็นสมาธิชั้นสูงในพระพุทธศาสนา เป็นการเข้าสมาธิที่ดับสัญญา ความจำได้หมายรู้และเวทนาความรู้สึกทั้งปวงมีสภาวะละเอียดกว่าอรูปฌานเพราะผู้ที่เข้าฌานขั้นนี้ต้องสามารถละขันธ์ ๕

เข้าสู่ความไม่มีตัวตน สิ้นไปจากรูปและนาม อยู่ในสุญญตวิหารธรรม การเข้านิโรธสมาบัตินั้นจึงทำได้เฉพาะพระอนาคามีและพระอรหันต์เท่านั้น

หลวงปู่ชุ่ม โพธิโก

การเข้าแต่ละครั้งจะกินเวลานานสูงสุด ๗ วัน โดยทั้ง ๗ วันจิตจะดับความรู้สึกความสืบต่อทั้งหมด ภาวะนั้นร่างกายดับลมหายใจ ไม่กินไม่ถ่ายไม่นอน ทรงสภาวะธรรมนั้นโดยตลอด ๗ วัน เมื่อถอนสมาธิออกมาผู้เข้านิโรธมักออกโปรดคนยากจนที่มีศรัทธา หากใครได้ถวายทานเป็นมื้อแรกหลังจากการออกจากนิโรธจะได้บุญมหาศาล จากคนจนจะเปลี่ยนฐานะเป็นคนรวยภายในวันนั้นทันที ในสมัยพุทธกาลพระสารีบุตรเคยเข้านิโรธสมาบัติขณะนั้นมียักษ์นิสัยพาลเอากระบองมาทุบศีรษะ พระสารีบุตรมิได้เป็นอันตรายแม้ปลายเส้นขน เพราะพลังแห่งนิโรธสมาบัตินั้นคุ้มครอง

นอกจากนี้ในสมัยพุทธกาลนั้นพระมหากัสสปะเป็นมหาเถระอีกท่านหนึ่งที่นิยมเข้านิโรธสมาบัติเป็นเวลา ๗ วันครั้นแล้วจึงออกบิณฑบาตรโปรดผู้ยากไร้ แม้กระทั่งพระอินทร์ยังต้องแปลงตัวเป็นขอทานมาขอใส่บาตร

จวบจนมาถึงปัจจุบันหากย้อนระลึกถึงพระมหาเถระที่ผ่านมาซึ่งสามารถเข้านิโรธสมาบัติ ๗ วันแบบอุกฤษ์สูงสุดคือไม่ฉันข้าวไม่ฉันน้ำ ไม่ขับถ่ายสิ่งใดๆ เท่าที่พอจะนึกถึงได้ก็จะมี สมเด็จพระบรมครูหลวงพ่อเขาสาริกา เข้าสมาบัติในท่านั่งยองๆกลางแจ้งช่วงเดือนเมษายน โดยไม่ฉันข้าวไม่ฉันน้ำ ไม่ขับถ่าย

  • ท่านต่อมาคือหลวงพ่อกัสสปมุนี วัดปลิผลิวนาราม จ.ระยอง

ท่านเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ’ เป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืน หลวงพ่อกัสสปมุนีเคยบอกว่า นิโรธสมาบัตินี้มีอานุภาพมากนัก มิใช่แต่กุฏิของท่านเท่านั้น แต่กำลังแห่งนิโรธยังครอบคลุมไปทั่วภูเขา ‘สุนทรีบรรพต’ อันเป็นที่ตั้งวัด อย่าว่าแต่ของในกุฏิท่านเลย แม้กรวดหินหน้าวัดหากจะหยิบขึ้นมาแล้วตั้งจิตระลึกถึงท่านก็ยังมีอานุภาพได้

หลวงปู่ชุ่ม โพธิโก ท่านนี้ได้รับการยกย่องจากหลวงพ่อฤๅษีลิงดำว่ามีความสามารถในการเข้านิโรธสมาบัติอย่างยิ่ง ประวัตินั้นท่านเคยเข้านิโรธที่ถ้ำปุ่มถ้ำปลา จ.เชียงราย พอถอนสมาธิออกมามีหนูท้องขาวยกขาหน้าขึ้นสองข้างทำกิริยากราบแล้ววิ่งทักษิณาวัตรรอบตัวท่านสามรอบ

  • นอกจากนี้ก็ยังมี หลวงพ่อเกษม เขมโก และ คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ที่มีความสามารถในการเข้านิโรธสมาบัติได้

ท่านเหล่านี้นับเป็นเพชรน้ำเอกในพระพุทธศาสนา มีความสามารถในทางฌานอย่างแก่กล้า สามารถเข้านิโรธสมาบัติได้และด้วยอานุภาพแห่งนิโรธสมาบัตินี้ก็เชื่อกันว่าท่านเข้าเพื่ออธิฐานให้แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุข เป็นแผ่นดินที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง

ก็นับว่าเป็นบุญของพวกเราคนไทยที่เกิดมาในแผ่นดินที่บริบูรณ์ด้วยพระอริยะเจ้า พระโพธิสัตว์ หากท่านใดปรารถนาเจริญในทางธรรมหรือปรารถนาพ้นทุกข์หรืออื่นใดลองอธิษฐานต่อรูปของพระมหาเถระตามรายชื่อที่กล่าวมานี้ท่านใดท่านหนึ่งก็อาจสมซึ่งความปรารถนาของท่านขึ้นมาได้ เฉพาะภาพของแต่ละท่านก็ศักดิ์สิทธิ์ในตัวไม่ต้องเสกก็ขลังที่สุดแล้ว

คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม
  • พระคาถาพระฉิมพลี ของคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม
    ” นะชาลีติ ฉิมพาลี จะ มหาเถโร
    สุวรรณะมามา โภชนะมามา วัตถุวัตถามามา
    พลาพลังมามา โภคะมามา มหาลาโภมามา
    สัพเพชะนา พหูชะนา ภวันตุเม “

สวดแล้วจะมีโชคลาภเงินทองมีใช้ไม่ขาดมือ ถ้าปฎิบัติเป็นกรรมฐานทำให้เข้าถึงฌานแล้ว จะร่ำรวยเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เงินทองจะหลั่งไหลมาเอง สวดให้ได้ 108 คาบ เช้า-เย็น หรือตามกำลังวัน และจงดำรงมั่นอยู่ในศีล ในธรรม หมั่นเจริญภาวนา สมาธิ จะร่ำรวยเป็นเศรษฐีใหญ่

ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

ขอบคุณที่มาข้อมูล  Jaruvat Chanposri

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น คลิกอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า