ข้าหลวงในของสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ผู้ บ ร ร ลุธรรม


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก เราจึงนำมาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

อาจารย์แนบ มหานีรานนท์ ท่านเกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา จ.ศ. ๑๒๕๘ เป็นบุตรีของอำมาตย์เอก พระยาสัตยานุกูล ตม.ตช. (นุช มหานีรานนท์) ตำแหน่งผู้กำกับถือน้ำกับคุณหญิงแปลก สัตยานุกูล (โรจนกุล)

ในวัยเยาว์ เนื่องจากบิดาไม่สนับสนุนให้ไปศึกษาวิชาการสมัยใหม่นอกบ้าน แม้สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ จะทรงขอบุตรีให้เข้าศึกษาในโรงเรียนราชินี บิดาของทานก็ไม่อนุญาต แต่จัดการศึกษาโดยนำครูมาสอนความรู้ให้ที่บ้าน เพื่อให้สามารถอ่านออกเขียนได้เท่านั้น เมื่อโตเป็นสาวแล้ว บิดาจึงส่งไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมโดยเป็นข้าหลวงในสมเด็จที่บน (สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ) นั่นเอง

ขณะเป็นข้าหลวง ได้รับการศึกษาวิชาแนวประเพณีนิยม ได้แก่การศึกษาที่มุ่งหมายให้สตรีในราชสำนักเป็นกุลสตรีหรือผู้ดี ส่วนใหญ่จะเป็นการฝึกงานฝีมือ ซึ่งถือเป็นวิชาคู่กับหญิงชาววังมาแต่โบราณ เช่น การเย็บ ปัก ถัก ร้อย ตัดเย็บเสื้อผ้า สบง จีวร การปักด้าย ปักไหม ปักดิ้น ทั้งเครื่องละคร พัดยศ เครื่องยศผู้ชาย และงานดอกไม้ เช่น ร้อยมาลัย ทำตาข่ายคลุมผ้าไตร ดอกไม้แขวน ทั้งแบบพวงและแบบกระเช้า ตลอดจนการจัดพาน จัดขวด ปักดอกไม้ จัดดอกไม้ช่อสำหรับงานมงคล ทำบุหงา และงานพับผ้าเช็ดหน้าเป็นรูปต่างๆ รวมทั้งงานครัว เช่น การทำอาหารว่าง ของคาว ของหวาน การจัดลูกไม้พาน (การจัดสำรับผลไม้ชนิดหนึ่ง) จัดผักลงจาน ฯลฯ นอกจากนั้น ยังมีงานเครื่องสำอาง เช่น การทำน้ำอบ น้ำปรุงอบผ้าย้อมผ้า ฟั่นเทียน และทำธูป

ท่านเริ่มสนใจในพระพุทธศาสนาตั้งแต่วัยเยาว์ เพราะที่บ้านของท่าน บิดามารดาจัดให้มีการทำบุญและสนทนาธรรมอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะคุณหญิงแปลก สัตยานุกูล (โรจนกุล) จะรักษาอุโบสถศีลประจำในวันพระ

พ.ศ. ๒๔๗๐ อายุ ๓๐ ปี ได้เกิดความรู้สึกจากผลการปฏิบัติของตนว่า วิธีละกิเลสที่เรียกว่ามรรค ๘ นั้น ต้องรู้อยู่ที่อารมณ์ปัจจุบันเท่านั้น แต่การทดลองปฏิบัติขณะนั้น ได้แต่ทางตาอย่างเดียว และยังไม่รู้ว่าเป็นรูปเป็นนามอีกด้วย จึงเที่ยวแสวงหาอาจารย์ที่จะบอกธรรมที่เป็นปัจจุบันให้เข้าใจ เที่ยวแสวงหาอยู่นาน ก็ยังไม่พบเหตุผลตรงกับที่ความรู้สึกกับตนเองดังกล่าว ดังท่านได้กล่าวไว้ว่า “…ข้าพเจ้าเป็นคนชอบไปในที่ประชุมต่างๆ จนคนตามที่ประชุมต่างๆ นั้น ทราบกันโดยมากว่า ข้าพเจ้าเป็นคนต้องการรู้ธรรมที่เป็นปัจจุบัน ไม่ต้องการรู้ธรรมที่เป็นอดีตอนาคต…”

ส่วนอาจารย์ Jaruvat Chanposri ได้โพสเกี่ยวการบรรลุธรรมของ อาจารย์แนบ มหานีรานนท์ ไว้ว่า

อาจารย์แนบ มหานีรานนท์ เป็นข้าหลวงในของสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี เมื่อตอนอายุได้ ๓๐ ปี ท่านได้ปฏิบัติธรรมแล้วได้สภาวะเกิดปัญญาขึ้นว่า การละกิเลสนั้นต้องรู้รวมลงในปัจจุบันขณะ ถัดจากนั้นมาท่านจึงได้พบพระอาจารย์ภัททันตะมหาเถรชาวพม่า ให้แนวทางมรรคผลว่า อย่าคิดแต่จงเพ่งจนเกิดปัญญาขึ้นมา ภายหลังการปฏิบัติในเวลาสองเดือน ท่านอาจารย์แนบได้เกิดดวงตาเห็นธรรมเข้าถึงนิพพานสองครั้ง ครั้งแรกบรรลุพระโสดาบัน ครั้งที่สองบรรลุพระสกิทาคามี เมื่อบรรลุนั้นท่านกล่าวถึงความอัศจรรย์ในธรรมดังนี้ว่า

“…วิถีมรรคมันไม่นานเลย ๗ ขณะจิตเท่านั้นเอง เห็น ๗ ขณะจิตนั้น มันแผล็บเดียว แต่จำได้หมด ขณะที่ ๑ อย่างนั้น มีความรู้สึกอย่างนั้นกี่ขณะจิต มีความรู้อย่างนี้ เท่านั้นขณะ พอหมดชวนะแล้ว ก็ตกลงเป็นโลกีย์ เวลาเข้านิพพานนั้น ดิฉันเข้าด้วยอนิจจัง มีอนิจจังอยู่ ๓ ขณะ อนิจจังก็คือความรู้สึกว่าจิตไม่เที่ยง เห็นไม่เที่ยง ๓ ครั้ง มีความรู้สึกไม่เที่ยงเหมือนกันเลยแต่ละอัน และเราจึงรู้ว่า อ้อ ผลจิตไม่เหมือนกัน เกิดกี่ครั้ง เวลานั้นปริยัติไม่รู้หรอก เมื่อก่อนนี้ ดิฉันจะไปถามเรื่อง อนุโลมญาณ โคตรภูญาณ ท่านห้ามหมด ท่านบอกว่า อย่าเพิ่งรู้เวลานี้เลย แล้วต่อไปจะรู้เอง ตอนหลังท่านอาจารย์ให้มาเรียนพระอภิธรรมจึงรู้…”

นี่คือวาทะเมื่อท่านเข้าถึงมรรคผล ภายหลังที่ท่านได้มรรคผลนั้นแล้ว พระอาจารย์ภัททันตะจึงแนะให้ท่านเรียนพระอภิธรรมเพื่อจะได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ในปี ๒๔๙๖ ท่านอาจารย์แนบ ร่วมกับท่านอาจารย์บุญมี เริ่มเผยแพร่สอนพระอภิธัมปริเฉจที่ ๑ ขึ้น และสามารถสอนจนจบปริเฉทที่ ๙ ในปี ๒๕๒๐ ประวัติของอาจารย์แนบนั้นคือท่านบรรลุธรรมได้สภาวะธรรมก่อนจึงค่อยมาย้อนเรียน แล้วเกิดความเข้าใจเห็นความตรงกันเทียบกันได้กับสภาวะธรรมที่พบกับหลักในตำราเรียน นี่แหละหนึ่งในอุบาสิกาที่บรรลุธรรมในอดีตที่น่ายกย่องน่ากราบไหว้อย่างยิ่ง

ท่านได้จากโลกนี้ไปด้วยอาการอันสงบวันอังคารที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เวลา ๑๓.๑๑ นาฬิกา สิริอายุ ๘๖ ปี

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนาน อาจารย์แนบ มหานีรานนท์ บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!