ศิษย์เอกหลวงพ่อปาน เสกเสือกระโดดจากบาตร


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก เราจึงนำมาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หลวงพ่อนก วัดสังกะสี ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๙๒ ปีระกา ตรงกับ วันเสาร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๒ บ้านเกิดอยู่ที่ตำลงบางกระเจ้า อำเภอนครเขื่อนขันธ์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอพระประแดง) จังหวัดสมุทรปราการ พ่อของท่านชื่อ นายนวล แม่ชื่อนางเคลือบ แม่ของท่านเป็นคนบางบ่อ เมื่อตอนท่านยังเด็ก พ่อและแม่ได้นำท่านไปฝากเรียนหนังสือที่วัดกับพระอธิการโต วัดบางบ่อ เมื่ออายุครบ ๑๕ ปี พ่อและแม่ของท่านได้พาท่านไปบรรพชาบวชเป็นสามเณร ณ วัดกองแก้ว ตำบลบางยอ อำเภอนครเขื่อนขันธ์ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายนวล โดยมี พระครูวิบูลย์ธรรมคุต เป็นพระอุปัชฌาย์

ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย หนังสือขอม หนังสือไทย จนอายุครบบวช ในขณะนั้นนายนวลพ่อของท่านได้ เ สี ยชีวิตลงแล้ว แม่ของท่านจึงได้พาท่านไปบวชพระที่บ้านคลองด่าน ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดบางเหี้ย (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดมงคลโคธาวาส) ตำบลคลองด่าน อำเภอบาง เ หี้ e (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็นบางบ่อ) จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีพระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ หรือหลวงพ่อปาน วัดบาง เ หี้ e เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เรือน (วัดบาง เ หี้ e) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านได้รับฉายาว่า “ธมฺมโชติ”

เมื่อบวชเป็นพระแล้ว ท่านก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัย สมถะวิปัสสนากรรมฐาน และพระเวทวิทยาคมต่างๆ จากหลวงพ่อปาน ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ด้วยความที่ท่านเป็นคนที่มีสติปัญญาดี มีไหวพริบไวเฉลียวฉลาด และมีความจำที่แม่นยำ ท่านจึงศึกษาเล่าเรียนความรู้และวิทยาคมต่างๆ จนแตกฉาน

หลวงพ่อนกมีความอดทนเป็นเยี่ยม พยายามฝึกฝนอบรมตนเองให้เกิดพลังจิตแก่กล้า และติดตามหลวงพ่อปานออกธุดงค์ไปด้วยเป็นประจำ จนเกิดความเชี่ยวชาญ และได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำคณะธุดงค์ เรื่องสมาธิเรื่องจิตนั้น ท่านเคยได้ได้รับคำยกย่องจากหลวงพ่อปานว่า “พระนกนี้แม้จะเป็นพระหนุ่มแน่นบวชไม่กี่พรรษา แต่กำลังจิตกำลังใจนับว่ากล้าแข็งเหลือเกิน ภายภาคหน้าจะได้เป็นผู้นำหมู่คณะที่ดีต่อไป”

หลวงพ่อปานท่านได้สอนวิธีทำเขี้ยวเสือให้กับหลวงพ่อนก จนมีความชำนาญยิ่งและได้รับคำชมเชยจากหลวงพ่อปานว่า ทำได้ขลังและเหมือนท่านมากจริงๆ หลวงพ่อนกท่านสามารถปลุกเสกเขี้ยวเสือให้กระโดดออกมาจากบาตรได้ “เขี้ยวแกะเสือหลวงพ่อนกจึงได้มีชื่อเสียงเลื่องลือมากทำให้นักสะสมเครื่องราง ทุกท่านอยากได้มาไว้เป็นเจ้าของบูชาคุณแทบจะทั้งสิ้น” เขี้ยวเสือหลวงพ่อนก บางทีหลวงพ่อปานท่านก็ให้หลวงพ่อนก ท่านจารอักขระเขี้ยวเสือให้ด้วย หลวงพ่อปานท่านไว้วางใจหลวงพ่อนกเป็นอย่างมาก ยกย่องให้หลวงพ่อนกเป็นศิษย์เอกของท่านเลยทีเดียว

ในบางครั้ง หลวงพ่อนกก็ได้ปลีกตัวออกรุกข์มูลองค์เดียวหรือไปกับหมู่คณะเพียง ๒-๓ รูปบ้าง จนมาวันหนึ่งท่านได้เดินธุดงค์มาปักกลดอยู่ที่หมู่บ้านคลองพระยานาคราช ตำบลบางพลีน้อย อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ได้มีขุนสำแดงเดชา ภรรยานามว่า นางนุ่ม ได้เห็นจริยะของท่านจึงมีจิตศรัทธาถวายที่ดินให้สร้างวัด แล้วนิมนต์หลวงพ่อนกให้อยู่ดูแลวัดสังกะสี ซึ่งท่านเมื่อได้ปรึกษาหลวงพ่อปานแล้ว ก็ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดสังกะสีให้ตามคำอ้อนวอนของญาติโยมและได้มาทะนุบำรุงวัดให้เจริญรุ่งเรือง ในปี พ.ศ.๒๔๓๐ จนถึงวันที่ ม ร ณ ะ ภาพในวันพุธที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๕ ตรงกับแรม ๗ค่ำ เดือน ๑๐ ปีวอก สิริรวมอายุได้ ๘๓ ปี

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนานหลวงพ่อนก วัดสังกะสี  บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!