เทพเจ้านักบุญแห่งลุ่มเเม่น้ำเมย ผู้มีร่างกายเป็นหิน


สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก เราจึงนำมาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

ลวงพ่อพระครูสิริรัตนาภรณ์ (กัญไชย กาญจโน) เทพเจ้านักบุญแห่งลุ่มเเม่น้ำเมย ตามประวัติว่าไว้ หลวงพ่อครูบากัญไชยเป็นคนขยันมีความอดทนเข้มแข็งมาก ตั้งแต่เมื่อเยาว์วัยก็มีความเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย มีความรับผิดชอบสูง มีจิตใจโอบอ้อมอารี สุภาพอ่อนน้อม รู้จักสัมมาคารวะจึงเป็น ที่รักใคร่ของคนทั่วไปในหมู่บ้าน เมื่อเจริญวัยได้ 13 ปี พ่อหลวงยศผู้เป็นบิดานำไปฝากเป็นศิษย์วัดอยู่กับเจ้าอธิการขัติยศ โชติธฺมโม เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง และเจ้าคณะตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอเมือง จังหวัดน่าน สมัยนั้นการเรียนหนังสือไทยภาคกลางยังไม่แพร่หลาย ท่านจึงเรียนเฉพาะหนังสือล้านนาไทยพื้นเมืองเหนือกับเจ้าอธิการขัติยศจนแตกฉาน กอปรกับหนังสือล้านนาไทยเป็นหนังสือที่สามารถลงอักขระคาถาอาคมได้ หลวงพ่อจึงสนใจวิชาอาคมไปด้วยและเข้าเรียนหนังสือไทยภาคกลาง ณ โรงเรียนประชาบาล วัดม่วงตึ๊ด จังหวัดน่านจนสำเร็จชั้นประถมปีที่ 2

เมื่ออายุได้ 16 ปี หลวงพ่อมีความมุ่งมั่นปรารถนาที่จะขออุทิศตน เป็นพุทธสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้รับเมตตาอุปการะจากพระอธิการกัญจนะวงศ์ เจ้าอาวาสวัดม่วงตึ๊ด เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบรรพชาแล้ว พระอธิการกัญจนวงศ์จึงเปลี่ยนชื่อให้ท่านใหม่ว่า กัญไชย
หลวงพ่อได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2478 ณ พัทธสีมาวัดม่วงตึ๊ด จ.น่าน โดยมีพระครูนันทสมณาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูธรรมสิริสุนทร เจ้าอาวาสวัดภูมินทร์ เป็นพระกรรมวาจารย์ พระครูสิริธรรมกิต เจ้าอาวาสวัดอภัย เป็นอนุสาวจารย์ ได้รับฉายาว่า กัญไชย กาญจโน

วันหนึ่งในขณะที่หลวงพ่อได้แผ่เมตตาจิตพระธรรมวินัยญาณ เหมือนนิมิตไปว่าท่านกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกของประเทศ ที่มีป่าเขาทึบ มีภูเขาสูงเสียดฟ้า ทำให้ท่านคิดได้ว่า อยากจะสร้างเสนาสนะวัดที่ยากไร้ ในถิ่น ทุ ร กั น ด า ร สักแห่งสองแห่งของทิศดังกล่าว แล้วจะกลับมายังจังหวัดน่าน

ปี พ.ศ.2493 ท่านได้กราบลาพระเดชพระคุณหลวงปู่ขัติยศ ออกจากวัดศรีบุญเรือง จ.น่าน มุ่งตรงไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในขณะนั้นจากจังหวัดตากไปยังอำเภอแม่สอดยังไม่มีทางรถยนต์วิ่ง ท่านต้องเดินทางด้วยเท้าขึ้นเขาลงห้วย พักแรมตามระหว่างทาง 3 คืน 4 วัน จนถึงอำเภอแม่สอด เมื่อถึงแม่สอดแล้ว ท่านได้พำนักอยู่ ณ วัดดอนไชย อำเภอแม่สอด เป็นเวลาพอสมควร ในขณะที่พักอยู่วัดดอนไชย ท่านได้ปฏิสังขรณ์เสนาสนะวัดดอนไชย เช่น สร้างกุฏิ หอฉัน พระอุโบสถ กำแพงวัดโบราณล้านนา ที่ใช้เป็นศาลาพักแรมของประชาชนทั่วไปได้ ขณะเดียวกันได้สร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญวัดอรัญเขต พระอุโบสถวัดมณีไพรสณฑ์ จนชื่อเสียงของท่านเลื่องลือไปทั่วของการเป็นพระนักพัฒนา เป็นนายช่างก่อสร้างวัดวาอาราม

เมื่อท่านได้ปฏิสังขรณ์เสนาสนะของของวัดต่าง ๆ ในเขตอำเภอแม่สอด จนเป็นที่พอใจตามที่ตั้งปณิธานไว้ตั้งแต่แรกแล้วนั้น ท่านเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับยังจังหวัดน่าน ในขณะเดียวกันนั้น นายยศ คำมา และนายมูล กริยา พร้อมด้วยคณะทายกทายิกาวัดมาตานุสรณ์ ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนมากได้พร้อมใจกัน กราบอาราธนานิมนต์ขอหลวงพ่อไปจำพรรษาที่วัด เพราะวัดไม่มีพระภิกษุอยู่ประจำ มีเพียงแต่สามเณร ท่านจึงรับนิมนต์ไว้และตั้งใจว่าจะขออยู่เพียงแค่ 1 พรรษาเท่านั้น

เมื่อออกพรรษาแล้วคณะทายกทายิกาผู้อุปการะวัดได้ปรึกษาหารือที่จะสร้างพระวิหารของวัด เพราะวิหารหลังเก่าชำรุดทรุดโทรมมาก ด้วยความมีเมตตาจิต หลวงพ่อจำเป็นต้องอยู่ช่วยสร้างพระวิหารจนแล้วเสร็จ พร้อมกับขอพระราชทานวิสูงคามสีมาให้แก่วัดมาตานุสรณ์เมื่อปลายปี 2494

ต่อมาจึงได้รับพระบรมราชานุญาตเมื่อปี พ.ศ. 2495 ทางวัดจึงทำพิธีฝังลูกนิมิตและผูกพัทธสีมาในปีนั้น โดยหลวงพ่อได้ใช้วิหารที่สร้างขึ้นใหม่นั้นเป็นโรงอุโบสถเพื่อพระสงฆ์ทำสังฆกรรมต่อไป
ต่อมาวันที่ 15กันยายน พ.ศ. 2496 หลวงพ่อจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดมาตานุสรณ์ อย่างเป็นทางการ นับแต่นั้นมาหลวงพ่อได้สร้างผลงานมากมายไม่เฉพาะแก่ชาวแม่กาษาหรือ ชาวแม่สอดเท่านั้น แต่ท่านยังได้ช่วยเหลือสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนมากมายนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นในเขตท้องที่จังหวัดตากทั้ง 5 อำเภอชายแดน แม้กระทั่งจังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน ท่านยังเป็นประธานในการจัดสร้างซ่อมแซม บูรณะปฏิสังขรณ์ลานพระธาตุแช่แห้ง, พญานาคคู่ขนานทางขึ้นไปยังพระธาตุแช่แห้งตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน
พระเดชพระคุณหลวงพ่อครูบากัญไชยเป็นพระเถระผู้ทรงศีลบริสุทธิ์เป็นที่พึ่งของคณะศิษยานุศิษย ์และประชาชนผู้ที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาทั้งหลาย หลวงพ่อเป็นพระแท้ มีจริยาวัตรนุ่มนวล มีปฏิปทาอันงดงาม สมเป็นสมณสารูปทุกอย่าง ที่ทุกคนกราบไหว้ท่านได้อย่างสนิทใจ ผู้ใดได้มีโอกาสนมัสการกราบไหว้ท่านแล้ว จะรู้สึกมีความสุข เกิดศรัทธาเลื่อมใส รู้สึกมีความสดชื่น มีกำลังใจ สามารถที่จะเอาชนะปัญหานั้น ๆ ได้อย่างประหลาด นับได้ว่าหลวงพ่อเป็นพระ “สุปฏิปันโน” ผู้ควรเคารพบูชาอย่างยิ่งรูปหนึ่ง ด้วยเพราะท่านเป็นพระเถระผู้ทรงวิทยาคุณ มีพลังจิตตานุภาพสูง เป็นผู้มีคาถาอาคมแก่กล้า ท่านจึงเป็นที่พึ่งของชาวบ้านทั่ว ๆ ไป กว่า 50 ปี ที่ท่านอยู่แม่สอด ได้มอบวัตถุมงคลให้กับลูกศิษย์ลูกหา ตลอดจนชาวบ้านทั่วไปนับแสน ๆ คน ปรากฎว่ายังไม่เคยมีผู้ใดประสบกับภัยอันตรายทั้งปวง จนท่านได้รับฉายานามว่า เทพเจ้านักบุญแห่งลุ่มน้ำเมย

สมณศักดิ์ของหลวงพ่อครูบากัญไชย ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นพระครูสิริรัตนาภรณ์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2512 และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลแม่กาษา เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2533

พิธีเปลี่ยนจีวรเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2562 ร่างกายของท่านแข็งเหมืองหิน

ปลายปี 2541 หลวงพ่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอดหลายครั้งด้วยโรคหลอดลมอักเสบ เคยอาพาธหนักที่สุดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2541 หลังจากนั้นหลวงพ่อเข้ารับการรักษาอีกครั้ง ในวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2542 เมื่อเวลาบ่าย และต่อมา หลวงพ่อได้ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา 22.05 น. ของวันอังคารที่ 9 แรม 9 ค่ำ เดือนกุมภาพันธ์ 2542 สิริอายุรวม 83 ปี 8 เดือน 7 วัน 64 พรรษา

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนาน บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!